ตำรวจ

ตำรวจคือคนที่เรียนกฎหมายหรือคนที่อยากจะป้องบ้านเมืองหรือประเทศให้มีความสงบสุขหรือทำให้ทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย ตำรวจนั้นจำเป็นจะต้องเรียนหรือศึกษาเพื่อที่จะมารับตำแหน่ง ตำรวจนั้นจะมีการรับราชกาลเพื่อที่จะได้มีการเลื่อนยศ

หากมีตำแหน่งที่สูงๆกว่าจะสามารถสั่งตำรวจที่มีตำแหน่งต่ำกว่าตัวเองได้และยังสามารถสั่งให้ย้ายไปที่ที่ท้องที่นั้นๆหรือเห็นสมควรว่าควรได้รับโอกาสเพื่อรับใช้ประชาชนและยังได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นไปหรือยศขึ้นนั่นเอง ตำรวจนั้นจะรู้กฎหมายเยอะเพราะว่าเขาเรียนมาในสายที่ตัวเองต้องรู้กฎหมายต่างๆที่ได้ถูกกำหนดให้ผู้คนได้รู้กฎหมายหรือตักเตือนว่าสิ่งที่ทำถูกหรือผิดนั่นเอง

คนที่กระทำความผิดนั้นจะมีโทษหนักหรือเบาตามที่กฎหมายได้ระบุไว้นานแล้ว กฎหมายได้ถูกตั้งขึ้นมามากมาย อีกทั้งยังทำให้คนอื่นๆไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ผิดเพื่อป้องกันความปลอดภัยของทุกๆคน ตำรวจนั้นมีทั้งดีและไม่ดีการที่ตำรวจนั้นได้ใช้ตำแหน่งหรืออำนาจในทางที่ผิดเพื่อให้ตัวเองได้เงินทองหรือสิ่งของต่างๆที่คนคนนั้นเสนอมา ถ้าตำรวจกระทำความผิดนั้นก็ต้องโดนจับหรือจำคุกอยู่ดีถึงจะเป็นตำรวจก็ไม่ถูกยกเว้น กฎหมายสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ทำตามที่กำหนดไว้

เพื่อจะได้มีความเท่าเทียมในสังคมแต่คนรวยส่วนมากจะใช้เงินเป็นการปิดปากพวกตำรวจที่ไม่ดีเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ผิดหรือไม่ต้องถูกจำคุก ส่วนตำรวจที่ดีนั้นต่อให้คนรวยจะมีตังสักเท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัย ตำรวจแบบนี้นั้นชาวบ้านจะรักหรือชอบเป็นพิเศษเพราะพวกเขาได้รับใช้ประชาชนเพราะเงินเดือนที่พวกเขาได้นั้นเป็นเงินจากประชาชนนั่นเอง

คนที่จะสามารถมาเป็นตำรวจได้นั้นจำเป็นจะต้องเข้าฝึกหรือเรียนในหลักสูตรตำรวจ การที่จะเป็นตำรวจจะต้องเรียนโรงเรียนเฉพาะที่ตำรวจได้สร้างขึ้นมาเท่านั้น ตำรวจได้มีหลายสายงานจะมีทั้งนั่งทำเอกสารต่างๆหรือสายที่เฉพาะเพื่อที่จะไปทำหน้าที่ต่างๆที่ตัวเองได้เรียนมา

การที่รู้กฎหมายนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นตำรวจเสมอไปกฎหมายมีมากมายตำรวจจะรู้เฉพาะที่ตัวเองได้เรียนสายนั้นๆมา ตำรวจจะต้องทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่หากไม่ทำตามหน้าที่นั้นจะถูกสอบสวนหรือถูกปลดจากการเป็นตำรวจเพราะไม่ทำอะไรเลยใช้เครื่องแบบในทางที่ผิดเท่านั้นหรือไม่ต้องการยศหรือเงินทองเท่านั้นตำรวจแบบนี้จะมีชาวบ้านเกลียดมากมายแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพวกนี้จะมีตำแหน่งทางราชกาลที่สูงและทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้นั่นเอง

ข่าวเจอหลวงพ่อเดินกลางแดดที่ร้อนจัด

ข่าวเจอหลวงพ่อเดินกลางแดดที่ร้อนจัดจะรับไปส่งแต่หลวงพ่อปฏิเสธและยังให้พรอีกด้วย

                 อีกหนึ่งข่าวที่อ่านแล้วน่าประทับใจทุกคนในสังคม ซึ่งมีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจให้กับเพื่อนๆในเฟสด้วยกันอ่านและมีการส่งต่อกันจนเป็นขาวดัง ด้วยว่าชายคนดังกล่าวกำลังขับรถเพื่อจะไปงานเลี้ยง ซึ่งในขณะที่เขาขับรถผ่านมาตรงถนนภูพาน เขาก็เจอกับพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งค่อนข้างชราภาพมากแล้วอายุน่าจะสักประมาณ 70ปี

ได้กำลังเดินตากแดดด้วยเท้าเปล่าอยู่ที่ข้างถนน เขาจึงได้จอดรถเพื่อจะบอกให้พระองค์นั้นขึ้นรถยนต์เดี๋ยวเขาจะขับรถไปส่งท่านเอง ซึ่งหลวงพ่อก็บอกกับเขาไม่ว่าไม่ไปท่านจะเดินไปเอง และเมื่อชายคนดังกล่าวถวายปัจจัยให้ท่าน พระสงฆ์องค์นั้นก็ไม่รับ พอเขาบอกว่าจะขับรถลงไปซื้อน้ำมาถวายให้ พระสงฆ์องค์นั้นก็บอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเดินลงเขาไปเรื่อยก็มีคนนำของมาถวายเอง พระท่านไม่ต้องการให้ชายคนดังกล่าวเสียเวลาเดี๋ยวท่านเดินเท้าไปเองเรื่อยๆ

ก็ถึงและท่านยังได้ให้ชายคนดังกล่าวนั่งรับพร และท่านยังเอามือมาลูบหัวให้พรกับชายคนดังกล่าว ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก และเมื่อเจอกับพระสงฆ์ที่มีจิตใจใฝ่ในทางธรรมเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาขึ้นอีกมาก จึงได้มีการนำเรื่องราวดีๆนี้มาบอกต่อให้เพื่อนในเฟสได้รับรู้ และเรื่องก็มีการเผยแพร่ออกมาอย่างกว้างขวางจนเป็นข่าวดัง

            สำหรับใครที่ได้อ่านข่าวนี้คงมีความรู้สึกไม่ต่างกันนั่นก็คือ เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระสงฆ์รูปนี้กันเป็นจำนวน และหากมีโอกาสก็อยากจะเจอกับท่านสักครั้งเพื่อให้ท่านได้ให้ศีลให้พร เพราะพระสงฆ์ที่เน้นการปฏิบัติธรรม เคร่งแบบนี้ค่อนข้างหายาก บางครั้งเจอพระสงฆ์เดินอยู่ริมถนนก็ยังคิดว่าบางทีอาจเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพที่ชอบนำจีวรมาใส่เพื่อหลอกให้ถวายปัจจัยหรือ

หรือให้ซื้อของมาใส่บาตรให้ เพราะเคยเจอมากับตัวเองที่พระสงฆ์บางรูปไม่ยอมรับกับข้าวที่เราตั้งใจซื้อมาใส่บาตรแต่จะรับเพียงซองเงินให้ใส่บาตรเท่านั้น

ซึ่งทำให้บางคนที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้หมดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาลงไป ซึ่งหากประชาชนได้เจอกับพระสงฆ์อย่างที่กำลังปรากฏอยู่ในข่าว ณ ขณะนี้จะเป็นการกระตุ้นให้คนเกิดมีใจรักในศาสนาพุทธได้มากขึ้น อย่างน้อยใครที่อ่านข่าวนี้จบก็จะมีใจรักในศาสนาพุทธมากขึ้นแน่นอน

ไม่พายเรือให้โจรนั่ง

จากเหตุการณ์ที่มีข่าวออกมาเรื่องของการกักตุนหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นฝีมือของคนใหญ่คนโตในพรรคของฝ่ายรัฐบาลนั้น ทำให้เกิดกระแสการโจมตีการทำงานของรัฐบาลในโลกของโซเชียลเป็นอย่างมาก

และมีเสียงเรียกร้องให้นายกฯ ออกมาตอบคำถามของสื่อว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ และจะมีการลงโทษหรือแก้ไขกันอย่างไร แต่จนวินาทีนี้ก็ยังไม่เสียงตอบรับหรือคำพูดใดๆ ออกมา มีเพียงแต่เสียงของตัวการที่ถูกอ้างอิงและพาดพิงถึงว่า มีส่วนรู้เห็นและอยู่เบื้องหลังของการกระทำครั้งนี้ของลูกน้องตัวเอง และประกาศต่อสังคมว่า หากสังคมไม่ยอมรับตัวเค้าเองนั้นที่พยายามทุ่มเทให้กับบ้านเมืองขนาดนี้แล้วหล่ะก้อ

เค้าก็พร้อมที่จะลาออก (แต่เอาเข้าจริงๆ ล่าสุดกลับออกมาแถลงกลับสื่อว่า พร้อมจะอยู่ต่อเพื่อขอพิสูจน์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งการพิสูจน์นั้นในหลักความเป็นจริง เมื่อคุณลาออกแล้ว เพื่อแสดงความมีสปริตร แล้วค่อยมาพิสูจน์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องจริง ภาพมันจะดูดีซะกว่า)

แต่ต้องบอกเลยว่างานนี้มีเบื้องหลังอย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่เพจดังเพจหนึ่ง เป็นแหล่งข้อมูลที่คนไทยในโลกของสังคมออนไลน์ให้ความเชื่อถือและติดตามกันเป็นอย่างมาก และเป็นเพจที่ให้ข้อมูลและประกาศข่าวนี้ขึ้นมา ซึ่งล่าสุดเพจนี้ขอทำการปิดเพจเป็นอันชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยของชีวิตเจ้าของเพจและทีมงาน นี่จึงเป็นการบ่งบอกว่าอาจจะมีการขู่กันนอกรอบก็อาจจะเป็นไปได้ และการสืบสวนหาข้อเทจจริงจากฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ข่าวออกมาเกือบครึ่งวัน

แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับทำนิ่งเฉย จนเวลาผ่านไปเกือบวัน ค่อยส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบว่ามีของกลางอยู่จริงมั้ย ซึ่งผลที่ได้คือไม่มีของกลางตามที่แหล่งข่าวอ้างมา ทั้งๆ ที่แหล่งข่าวมีภาพหลักฐานชัดเจน รวมถึงภาพบุคคลที่สามารถยืนยันตัวตนได้ และสมุดบัญชีธนาคารที่ตรวจสอบตัวเลขเห็นยอดเงินการซื้อขายได้อย่างเต็มตา แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่เหลือหลักฐานอะไรสักอย่างทิ้งไว้ นั่นก็เป็นเหตุผลที่คำถามบนโลกออนไลน์ว่าทำไม ต้องรอเวลาเพื่อให้ผู้ต้องสงสัย มีเวลาทำลายหลักฐาน แต่ก็เหมือนเดิมไม่มีคำตอบจากผู้นำของประเทศไทยที่เรียกว่านายกฯ

จนปัจจุบันมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเสียงแตกกันเองในฝ่ายร่วมรัฐบาลว่า คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีชื่อนั้น ควรจะแสดงเจตจำนงลาออกจากตำแหน่ง และไล่ออกลูกน้องของเค้าออกจากการเป็น ส.ส. ของพรรคซะ เพราะจะทำให้เสียชื่อของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ และคนอื่นที่เหลืออยู่ในพรรค ก็จะไม่ยอมช่วยกันพายเรือให้โจรนั่งอยู่อย่างแน่นอน

วิธีที่จะช่วยให้คุณหลับสนิทจนถึงเช้า

วิธีที่จะช่วยให้คุณหลับสนิทจนถึงเช้า หากใครที่มีปัญหานอนไม่ค่อยหลับ

           เคยไหมคะว่าถึงเวลาที่จะต้องนอนแล้วแต่ทำยังไงก็นอนไม่หลับ  ฟังนิทานก็แล้ว นอนนับแกะก็แล้ว หรือเปิดเพลงกล่อมนอนที่เขามีการการันตีว่าหลับภายในห้านาทีชัวร์แต่พอเราเปิดฟังก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงนอน

ดังนั้นเราจึงหาวิธีที่จะช่วยให้คนที่นอนไม่ค่อยหลับได้หลับสนิทเร็วขึ้น

  1. การจัดห้องนอนให้เหมาะกับการนอน ควรมีการจัดบรรยากาศในห้องนอนให้น่านอนเช่น หาน้ำหอมกลิ่นอโรม่าแบบอ่อนๆมาตั้งในห้องนอนเพื่อให้กลิ่นช่วยสร้างบรรยากาศให้หอมน่านอน ได้กลิ่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย หายจากอาการเครียด และผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนควรสะอาดมีกลิ่นหอมสดชื่น ที่สำคัญไฟในห้องนอนให้เปิดเพียงสลัวๆเท่านั้น
  2. เชื่อว่าหลายคนก่อนนอนมักจะต้องเล่นโทรศัพท์มือถือแนะนำให้เลิกเล่นมือถือก่อนนอน ไม่ต้องคอยพะวงว่าใครจะทำอะไรโพสต์อะไร จะช่วยให้คนนอนหลับได้เร็วขึ้น
  3. นั่งสมาธิก่อนนอน จะช่วยให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน และไม่เครียดซึ่งจะทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องมาคอยคิดถึงเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ
  4. เปิดเพลงฟังกล่อมนอน โดยเพลงที่เปิดฟังควรเป็นเพลงเบาๆ สบายๆ ฟังแล้วรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจผ่อนคลายไม่เครียด ซึ่งการฟังเพลงที่ทำให้จิตใจเราผ่อนคลายแบบนี้จะทำให้สมองของเราหลั่งสารที่เป็นความสุขออกมาแล้วจะช่วยให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น
  5. ก่อนนอนเราควรหาอะไรอุ่นๆดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบายมากขึ้น เช่น ชาคาโมมายล์ ดื่มตอนอุ่นๆ หรือนมอุ่นๆ อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพราะจะทำให้คุณนอนไม่หลับได้
  6. ควรออกกำลังกายเบาๆก่อนนอน จะช่วยให้ร่างกายของคุณเพลียจากการออกกำลังกายและทำให้หลับได้ง่ายขึ้น
  7. ห้องนอนของคุณควรจะเป็นห้องที่มีความเงียบ เสียงรบกวนจากภายนอกเข้าไปไม่ได้ ไม่ควรเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนจะนอนหลับเพราะเสียงทีวีจะรบกวนการนอนของเราบางครั้งเราอาจจะหลับไปแล้วแต่ต้องสะดุ้งตื่นมากลางดึกเพราะเสียงของทีวีที่เปิดทิ้งไว้ก็ได้
  8. หลายคนนอนไม่หลับ ต้นเหตุมักจะมาจากความเครียดที่เราสะสมนำกลับมาจากที่ทำงาน ดังนั้น เราจึงควรฝึกนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจของเรามีความสงบ ไม่คิดอะไรฟุ้งซ่าน การที่จิตใจของเราสงบนิ่งจะช่วยให้เราหลับได้ง่ายและหลับสบายขึ้น
  9. และสุดท้ายให้เราปลงกับทุกปัญหา อย่านำมาติดตัวคิดจนกินนอนไม่ได้

เสียงที่ไม่อยากได้ยินในธรรมชาติ

สำหรับเหตุการที่ทำให้เกินความหน้ากลัวต่างๆ

นั้นเราเองก็คงไม่อาจจะอยากให้มันเกิดขึ้นกันใช่ไหมแต่อย่างไรก็ห้ามสิ่งที่เป็นทางธรรมชาติได้เสียงเหล่านั้นมันมักจะเกิดขึ้นในแถบที่เป็นภูเขาหรือชายฝั่งที่มีภูเขาล้อมรอบซึ่งเป็นเสียงที่ใครหลายคนนั้นต่างก็หวาดกลัวกันทั้งนั้นแต่ยังโชคดีที่บ้านเรานั้นไม่ค่อยอยู่ติดเขาสักเท่าไรจึงไม่มีเหตุเสียงดินถล่มลงมาไม่อย่างนั้นก็คงจะเป็นเหมือนประเทศเพื่นบ้านเราที่มีเหตุการดินถล่ม

ดินถล่ม และสำหรับดิบถล่มนั้นมันคือปราฏกการที่เกิดกับส่วนของพื้นดิน

ไม่ว่าจะเป็นก้อนดินหินทรายโครนหรือเศษดินเศษต้นไม้ไหลเลื่อนถล่มพังถลายหรือของร่วงลงมาที่ราดเอียงอันเนื่องมาจากแรงดึงดูดของโลกในขนาดสภาพส่วนประกอบของชั้นดินความชื้นและความชุ่มน้ำในดินทำให้เกิดการเสียสมดุลโดยดินถล่มนั้นเป็นปรากฏการที่มีมาตั้งแต่การสร้างโลก

และมันอาจจะเป็นเพียงเล็กน้อยเพียงก้อนดินก้อนเดียวที่ได้ตกร่วงลงมาหรือเศษของจำนวนดินที่ไม่มากร่วงลงมาหรืออาจจะเกิดความรุนแรงใหญ่โตเช่นภูเขาหน้าผาพังถลายลงมาก็อาจจะเป็นได้และมันอาจจะเกิดขึ้นอย่าทันทีทันใดหรือมันค่อยๆเป็นไปอย่างช้าๆจนมันจะเกิดความสมดุลใหม่เหตุการแบบนี้จะหยุดลงนั่นเองเพราะเนื่องจากในระยะหลังๆมานี้ได้มีดินถล่มลงมาเป็นข่าวอยู่บ่อยมากทำให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สิน

และชีวิตผู้คนอีกมากมายนั่นมันก็เป็นเรื่องที่หน้าสนใจและหน้าศึกษาเพื่อที่จะได้หาทางป้องกันและหลีกเลี่ยงความอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยสาเหตุของดินถล่มนั้นก็ได้เกิดจากการที่พื้นดินหรืส่วนของพื้นดินเคลื่อนที่หรือตกหรือไหลลงมาจากที่ราดชันตามแรงดึงดูดของโลกในภาวะที่เกิดการเสียสมดุลเนื่องด้วยเหตุผลต่างๆและเรานั้นก็จะพบเห็นอยู่บ่อยๆตามภูเขาที่ราดชันแต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นมันก็อาจจะเกิดขึ้นตามแถบบริเวณฝั่งของแม่น้ำและชายฝั่งของแถบมหาสมุทร

หรือแม้แต่กระทั้งใต้มหาสมุทรก็ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ต้องบอกเลยว่าคงไม่มีใครที่อยากจะได้ยินเสียงของเหตุการดินถล่มอย่างแน่นอนเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่หน้ากลัวเอามากๆ การผลิตโลกและก็มันบางทีอาจจะเป็นเพียงแค่เล็กๆน้อยๆเพียงแค่ดินก้อนเดียวหาทางคุ้มครองป้องกันแล้วก็เลี่ยงความอันตรายเพียงแค่เล็กๆน้อยๆเพียงแต่ดินก้อนเดียวที่ได้ตกตกลงมาหรือเศษของปริมาณดิน สำหรับในชีวิตคนเราอีกเยอะแยะโน่นมันก็เกิดเรื่องที่หน้าพอใจจะพบเห็นอยู่บ่อยๆ

ต้นไม้อัปมงคลไม่เหมาะจะปลูกไว้ในบ้าน

เราสามารถใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้ทั้งให้ร่มเงา และแม้แต่ต้นไม้บางชนิดก็สามารถนำมาประกอบอาหารกินได้ แต่ก็ยังมีต้นไม้อีกหลายชนิดที่ผู้คนไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านซึ่ง ต้นไม้เหล่านั้นถูกมองว่าเป็นต้นไม้อัปมงคล มาดูกันว่าต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่เราไม่ควรนำมาปลูก

  1. ต้นกล้วยตานี  สำหรับต้นไม้ชนิดนี้ คนโบราณถือว่าเป็นต้นไม้ที่มักจะมีวิญญาณร้ายมาสิงอยู่ จึงไม่เหมาะนำมาปลูกในบริเวณบ้านเพราะจะนำโชคร้ายมาให้ 
  2. ต้นมะตูม  สำหรับต้นมะตูมนั้นคนโบราณไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านทั้งที่มีการนำผลของมะตูมนำทานหรือนำมาต้มเป็นน้ำทานหวานชื่นใจ นั่นก็เพราะชื่อของต้นมะตูม ไม่เป็นมงคล เพราะคำว่าตูม ออกเสียงคล้ายกับเสียงของระเบิดดังนั้นคนโบราณจึงจัดต้นมะตูมไว้ในหมวดของต้นไม้อัปมงคล จึงไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้านกัน
  3. ต้นมะขาม  สำหรับต้นมะขามบางตำราบอกว่าควรปลูกเพราะชื่อหมายถึงให้คนเกรงขามแต่คนโบราณไม่นิยมให้ปลูกเพราะเชื่อว่าต้นมะขามเป็นต้นไม้ที่มีขนาดลำต้นใหญ่และมีอายุยาวนาน เชื่อกันว่ามักจะมีวิญญาณมาสิงอยู่ จึงไม่นิยมให้ปลูกในบริเวณบ้าน
  4. ต้นตะเคียน ต้นไม้ชนิดนี้เป็นอีกต้นที่เป็นต้นไม้ต้องห้ามในการปลูกในบริเวณบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อกันว่าต้นไม้ชนิดนี้มักมีวิญญาณของหญิงสาวมาอาศัยอยู่ แต่ถึงกระนั้นผู้คนต่างก็พากันไปกราบไหว้ต้นตะเคียนเพื่อนำเลขมาซื้อหวย
  5. ต้นเต่าร้าง แค่ความหมายก็ไม่ดีแล้ว จึงไม่เหมาะอย่างมากที่จะนำมาปลูกในบ้าน เพราะความหมายจะหมายไปถึงให้คนในบ้านเกิดการหย่าร้างกัน
  6. ต้นแคป่า หรือต้นแคนา  เป็นอีกต้นที่เป็นต้นไม้ต้องห้ามเพราะปกติต้นไม้ชนิดนี้จะขึ้นในป่า เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าจะมีวิญญาณมาอาศัยอยู่ แต่ในปัจจุบันต้นไม้ชนิดนี้ ตามโครงการในหมู่บ้านใหญ่ๆมักจะนำมาปลูกเพื่อให้ความร่มรื่นกับหมู่บ้าน
  7. ต้นพุดตาน  สำหรับต้นไม้ชนิดนี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก แต่ก็เป็นหนึ่งในต้นไม้ต้องห้าม อยู่ในหมวดต้นไม้อัปมงคล ด้วยดอกพุดตานมักจะเปลี่ยนสีได้เองตลอดทั้งวัน จากขาวเป็นชมพูอ่อนและจะค่อยๆเข็มข้นเรื่อยในตอนบ่าย ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นพุดตานแล้วจะทำให้กลายเป็นคนสับปลับ พูดจากลับไปกลับมาเชื่อถือไม่ได้
  8. อีกต้นที่ไม่เหมาะกับการปลูกในบ้านนั่นคือ ต้นรักเร่ ด้วยชื่อที่ไม่เป็นมงคลอย่างมาก ซึ่งหมายถึงมากรักหลายใจ เป็นคนที่หาความจริงใจไม่ได้จึงกลายมาเป็นต้นไม้ต้องห้ามอีกต้นหนึ่ง

ข่าวที่น้องทิมออกมาดราม่ากลัวจะไม่ได้เรียนหมอ

ข่าวที่น้องทิมออกมาดราม่ากลัวจะไม่ได้เรียนหมอเพราะค่าเทอมแพงปีละ 400,000 นั้นทางกระทรวงยืนยันออกมาว่าน้องได้เรียนแน่นอน 

จากกรณีที่มีเด็กนักเรียนผู้ชายคนหนึ่งเป็นนักเรียนชั้นปอหกของโรงเรียนสามัคคีศึกษาอยู่ที่จังหวัดตรังได้ออกมาบอกว่าตัวเองสอบติดคณะแพทย์ศาตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่อาจจะไม่ได้เรียนต่อด้านการแพทย์อย่างที่ตั้งใจเอาไว้เพราะด้วยฐานะทางบ้านมีฐานะที่ไม่ค่อยดีมากนักพ่อแม่จึงไม่มีเงินส่งให้เราเรียนได้ตามที่ต้องการ

ซึ่งเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้มีการแสดงผลการเรียนให้เห็นว่าเขาเป็นเด็กเรียนเก่งเรียนดีซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวได้มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือจากกลุ่มชาวสังคมโซเชียลอยากจะให้ช่วยออกเงินค่าเล่าเรียนให้กับตนเอง

เพราะตนเองไปฝันอยากจะเป็นนายแพทย์แต่ถ้าเกิดฐานะทางบ้านยังเป็นอย่างนี้ก็อาจจะทำให้ฝันของเค้าไม่เป็นความจริงขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อมีการแชร์เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือของเด็กชายคนนี้ออกมาหลายฝ่ายก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของราคาค่าเทอมที่ดูจะสูงเกินไปมากนักสำหรับคนที่เรียนดีแต่มีฐานะยากจนจนเรื่องหนึ่งกล่าวโด่งดังมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา

ซึ่งได้ออกมายืนยันกับทุกคนว่ากรณี

อย่างน้องทีมเด็กชายที่โพสต์ขอความช่วยเหลือเรื่องการขอเงินค่าเทอมเพื่อไปเป็นค่าเทอมสำหรับการเรียนแพทย์นั้นเท่าที่เช็คกับทางมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายไม่ได้มากมายถึงขนาดนั้นโดยทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้มีการนำเอกสารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของการเรียนแพทย์ออกมาให้ประชาชนได้รับทราบรวมถึงยังมีการระบุด้วยว่าทางมหาวิทยาลัยเองก็มีทุนการศึกษาให้หากเด็กคนไหนมีการดินดีแต่มีฐานะยากจน

ซึ่งโดยปกติทุนการศึกษานี้ก็จะมีให้กับทุกโรงเรียนอยู่แล้วดังนั้นหากน้องเป็นเด็กเรียนดีแต่ขาดแคนทุนทรัพย์ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีให้การสนับสนุนโดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องลาออก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้จากที่เด็กชายทิมอาจจะยังไม่รู้ว่าจะต้องไปขอทุนการศึกษาจากที่ไหนทำให้เกิดความกลัวว่าจะไม่ได้เรียนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ดังนั้นทางโรงเรียนเองหรือแม้แต่ทางกระทรวงการศึกษาที่การควรจะมีการคิดหามาตรการที่จะสามารถประชาสัมพันธ์ให้กับเด็กเด็กและผู้ปกครองตามต่างจังหวัด

สามารถรู้ได้ว่าหากเราไม่มีทุนในการเรียนต้องการที่จะเป็นการขอทุนการศึกษาจากทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้วควรจะติดต่อใครผ่านช่องทางไหนได้บ้างเพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้หาข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะไปติดต่อขอทุนการศึกษาเพื่อที่จะได้ไม่มีกรณีเหมือนเด็กใช้ทิมเกิดขึ้นที่ต้องหันมาพึ่งถึงการศึกษาจากโลกโซเชียลเพียงเพราะไม่รู้ข้อมูลก็จะต้องไปหาทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยได้อย่างไร 

พยาบาลสาวคอมเม้นต์แรงส่งถึง พีทคนเลือดบวกอ่านแล้วเจ็บจี๊ด

ข่าววันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพยาบาลสาวคอมเม้นต์แรงส่งถึง พีท คนเลือดบวกอ่านแล้วเจ็บจี๊ด 

พยาบาลสาวชื่อเก่งนะเล่นยาติด #save Narinya  คอมเม้นต์ต่อว่าพีชคนเลือด + อย่างหนักเนื่องจากมีการขู่จะฟ้องหลังจากที่พยาบาลสาวมีการท้วงติงไปถึงพีชคนเลือดบวกเกี่ยวกับที่พี่กดเลือดบวกโพสต์บอกจะเปิดสอนคอร์สมีเซ็กส์แบบไม่ต้องป้องกัน

ซึ่งพยาบาลสาวได้มีการออกมาบอกว่าไม่มีทนายความที่ไหนที่จะทำงานให้กับคดีที่ไม่มีประโยชน์กับสังคมคงฟ้องไม่ได้เพราะเป็นแค่เพียงคดีขยะเท่านั้น 

จังค่ะที่พี่คนรถปลวกมีการออกมาประกาศบนโลกสังคมออนไลน์ว่าจะดำเนินการฟ้องร้องพยาบาลสาวที่ชื่อ กิ่ง นริญญา เกี่ยวกับที่ทางพยาบาลได้มีการออกมาโพสต์ต่อว่าถึงเรื่องที่พีทคนเลือดบวกได้มีการโพสต์เชื้อเชิญให้คนที่ติดโรคเอสไอวีมาร่วมเรียนรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องป้องกันโดยมีการคิดราคาการเข้าร่วมกิจกรรมนี้คนละ 500 บาท

ซึ่งมีการจำกัดอยู่ที่จำนวน 20 คนโดยในข้อความที่พยาบาลสาวได้มีการออกมาต่อว่านั้นระบุเป็นข้อความประมาณว่า ความรู้เรื่องHIV ก็ไม่มีแล้วยังจะโง่คิดจะมาสอนคนอื่นได้อีกซึ่งหลังจากที่มีการแชร์โพสที่พยาบาลมีการต่อว่าผิดคนละ + ออกมานั้นกระแสโซเชียลก็พากันออกมาโจมตีพีชเป็นจำนวนมาก

โดยส่วนมากจะอยู่ให้กำลังใจฝั่งของพยาบาลสาวเนื่องจากว่าสิ่งที่พยาบาลสามมีการโพสต์ออกมาต่อว่าผิดขอรถบวกนั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งอยู่แล้วเพื่อเป็นการหยุดยั้งไม่ให้มีการแพร่เชื้อ ไปสู่ผู้อื่นซึ่งตัวพยาบาลสาวเองหลังจากที่รับทราบว่าทางพีชจะทำเรื่องฟ้องร้องนั้นคือเจ้าตัวก็ออกมาตอบโต้โดยใช้ทำถามที่ค่อนข้างรุนแรงและไม่กลัวว่าพี่จะมีการฟ้องร้องโดยยังมีการระบุส่งถึงพิษได้ว่าพร้อมตลอดเวลาไปเจอกันที่ศาลที่สำคัญพยาบาลสาวยังได้เข้าไปเขียนข้อความใต้โพสต์ของพีทด้วยว่าควรจะหยุดทำอะไรแบบนี้

เพราะว่าประเดี๋ยวจะมีคนขำกับสิ่งที่คุณทำ

 ซึ่งข้อความที่พยาบาลสาวได้เขียนจะเป็นข้อความที่ค่อนข้างแรงเรียกได้ว่าจากหน้าสวยสวยที่เราเห็นกันอยู่เวลาที่ด่าออกมาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้เลยทีเดียวเหตุที่ให้ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันนั่นก็เพราะว่าพยาบาลสาวไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพีท

เลือกบวกที่จะออกมาสอนคนอื่นให้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องซึ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนของคนที่จะมีการติดเชื้อHIV มากยิ่งขึ้นไปอีก โดยพยาบาลสาวกล่าวว่าแทนที่พีท ซึ่งเป็นตัวแทนของคนเป็นโรคจะออกมาช่วยกันแนะนำให้คนร่วมกันใช้ถุงยาง แต่กลับออกมาแนะนำในสิ่งที่ผิดทำให้ตนไม่เห็นด้วย

ตกแต่งบ้าน

ดอกไม้ที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านให้ตรงกับหลักฮวงจุ้ย

          ก่อนหน้านี้เคยแนะนำไปบ้างแล้วว่า ดอกไม้มงคลที่นิยมนำมาประดับตกแต่งบ้านให้ตรงกับหลักฮวงจุ้ยนั้นมีดอกอะไรบ้าง วันนี้เราไปหาข้อมูลมาเพิ่มให้จากครั้งที่แล้ว เพราะแต่ละคนความนิยมชมชอบดอกไม้แต่ละชนิดก็จะแตกต่างกันออกไป เราจะสังเกตเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นภาพวาด หรือลายของวอลเปเปอร์ที่เป็นลายดอกไม้ ก็มักจะวาดดอกไม้ที่เป็นดอกมงคลทั้งนั้น

เรามาดูกันว่า นอกจากดอก กล้วยไม้ ดอกบัว  ดอกซากุระและดอกใบตั๋นแล้ว ยังมีดอกชนิดไหนอีกบ้างที่คนนิยมนำมาตกแต่งบ้านและตรงตามกับหลักฮวงจุ้ยได้อีก

  1. ดอกเบญจมาศ สำหรับดอกชนิดนี้เป็นตัวแทนของพลังจากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการนำมาซึ่งพลังงานความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอกเบญจมาศสีเหลืองหากนำมาประดับตกแต่งภายในบ้านแล้ว เชื่อกันว่าจะทำให้คนภายในบ้านมีแต่ความสุข และบางคนยังเชื่ออีกว่าดอกเบญจมาศเป็นดอกไม้แห่งความโชคดี ซึ่งถือว่าเป็นดอกไม้ที่ถูกหลักฮวงจุ้ยเป็นอย่างมาก
  2. ดอกกุหลาบ  เป็นดอกไม้ที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลกและยังเป็นดอกไม้ที่ดีตรงตามกับหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย ซึ่งนำดอกกุหลาบมาตกแต่งบ้านนั้น สีของกุหลาบก็มีผลและมีความหมายแตกต่างกันในแต่ละสีด้วย เช่น หากเราจะต้องการสื่อถึงเรื่องของความรักจะใช้กุหลาบสีแดง เป็นตัวแทน แต่หากต้องการสื่อถึงความสมหวังจะใช้สีเหลืองเป็นตัว และหากต้องการสื่อถึงความมั่นคง ความสบายจะใช้ดอกกุหลาบสีพีช 
  3. ดอกไลแลค  สำหรับดอกไม้ชนิดนี้คนไทยจะไม่ค่อยรู้จักมากนักจะเป็นที่นิยมสำหรับคนจีน ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้จะเป็นตัวแทนถึงความสุขสมหวัง และความอดทน เพราะความหมายของดอกไม้คือความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยคนจีนจะนิยมนำดอกไม้ชนิดมาประดับบ้านกันมากไม่ว่าจะเป็นดอก กิ่งหรือแม้แต่หาเป็นภาพติดผนัง นำมาปักเป็นลายของปลอกหมอนก็มี เพราะสามารถนำดอกไม้ชนิดนี้มาประดับไว้ในบ้านได้ทุกจุด
  4. ส่วนอีกดอกที่จะแนะนำคือ ดอกนาซิสซัส  ส่วนใหญ่ดอกไม้ชนิดนี้นิยมประดับไว้ในห้องทำงาน หรือไม่ก็ตามสำนักงานต่างๆ โดยดอกไม้ชนิดนี้เป็นตัวแทนของความโชคดีในเรื่องของงาน และเป็นการแสดงการเป็นกำลังใจให้กันและที่สำคัญคนจีนเชื่อว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็นสิ่งที่ป้องกันสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย

ยังมีดอกไม้อีกหลายดอกหลายชนิดที่มีความสวยงามและมีความหมายดีๆ แต่ที่เราเลือกมาให้ทราบวันนี้จะเน้นดอกไม้ที่มีความหมายตรงกับหลักของฮวงจุ้ยเพื่อให้คนที่สนใจแต่งบ้านได้นำเกล็ด ความรู้นี้ไปใช้ในการเลือกดอกไม้สำหรับมาประดับที่บ้านหรือที่ทำงานเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชีวิตมีแต่ความสุขความเจริญ

สิ่งที่เกิดขึ้นมากในปี2020

กลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น

โลกเรานั้นทุกคนก็ต้องกลายเป็นผู้สูงอายุกันอย่างแน่นอน แต่ในปี2020นี้ ประชากรของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นกว่าปี2019 และปีก่อนๆที่ผ่าน ได้มีการตรวจสอบจากประชากรผู้สูงอายุจากทั่วทุกมุมโลกพบว่าในปี2020 มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว นั้นแปลว่าในแต่ละประเทศจะต้องเตรียมรับมือในการเข้าไปช่วยเหลือและทำการดูแลกลุ่มคนผู้สูงอายุเหล่านี้ให้อย่างทั่วถึง

คน GEN Y สร้างความเป็นตัวเอง

ถ้าหากคุณคือบุคคลที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปีพ.ศ.2523 – 2540 เด็กยุคนี้จะเกิดขึ้นและเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามากยิ่งขึ้น เกิดในยุคที่วิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จึงทำให้เด็กเจ้นนี้ได้รับวัฒนธรรมจากหลายๆทางทั่วโลก มีความเป็นสากลมากขึ้น

ชื่นชอบสิ่งที่อยู่ต่างประเทศอย่างเช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ศิลปินต่างประเทศ ฯลฯ คนกลุ่มนี้จะมีนิสัยรักความสบาย เพราะได้เกิดก็มีเทคโนโลยีที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนอย่างโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ยอดฮิต ไม่ว่าจะทำอะไรก็สั่งผ่านได้โทรศัพท์ นิสัยของเด็กยุคนี้มีความเป็นตัวเองสูงมาก ชอบทางลัด ชอบความเรียบง่าย อยากก้าวกระโดดในเส้นทางการเงิน อยากรวยเร็ว ไม่ชอบพิธีรีตอง

คนนี้มักจะมีความคิดเป็นของตัว ชอบความท้าทาย และไม่ชอบให้ใครมาสั่ง จึงทำให้เกิดธุรกิจส่วนตัวที่สูงจากคนในยุคนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะความรู้อยากลองนั้นเอง 

ลดต้นทุน สร้างธุรกิจแบบแพร่หลาย

บริษัทหลายๆแห่งในปัจจุบันนั้นเริ่มทำการลดต้นทุนการผลิตที่สิ้นเปลืองออกกันเกือบทั้งหมดแล้ว เพื่อที่จะให้บริษัทหรือกิจการนั้นประสบความสำเร็จมากขึ้นจึงได้ทำเปลี่ยนวิธีใหม่ที่ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่าง การขยายแฟรนไซส์ สร้างแบรนด์ ประชาสัมพันธ์ การตลาด สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทนั้นเติบโตมากยิ่งขึ้น

หันมาสนใจตัวเองมากกว่าวัตถุ พักหลังมานี้หลายๆคนเริ่มมีแนวความคิดต่อวัตถุเปลี่ยนไป โดยหันมาสนใจตัวเองมากขึ้น และให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างมากขึ้น อย่างเรื่องเวลา หากเป็นแต่ก่อนบางคนใช้ชีวิตไปวันโดยไม่สนใจอะไรเลย แต่ในช่วงหลังๆกับต้องมานั่งคิดว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเราเสียเวลาไปกับเรา

ทำไมถึงไม่ลงมือทำ ฉะนั้นแล้วอย่าทำให้แต่ละวันของคุณเสียเปล่า เพราะในอนาคตคุณอาจจะไม่ได้มีเวลาได้ทำมันอีก หรือแม้กระทั่งเรื่องสุขภาพ ที่ตอนนี้มีกระแสมาแรงมาก ที่ใครหลายๆคนเริ่มหันมาห่วงและดูแลสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น อย่างที่ทราบกับว่าโลกเรานั้นเปลี่ยนแปลงทุกวันรวมถึงธรรมชาติก็เปลี่ยน เราจะต้องเจออะไรบ้างไม่มีใครรู้ การทำให้สุขภาพนั้นแข็งแรงจะทำให้คุณรู้สึกดี และสำคัญคือครอบครัว

เชื่อว่าทุกคนคงจะมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง แต่นั้นแหละในช่วงหลังๆมานี้ทุกเริ่มให้สำคัญกับครอบครัวมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วครอบครัวก็คือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจได้ดี

คนรุ่นใหม่สนใจด้านการเงิน

เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการที่วางรากฐานชีวิตให้ดีมากขึ้น กลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งความคิดเป็นของตัวเอง กล้าได้ กล้าเสี่ยง ชอบทดลอง ไม่กลัวที่จะล้ม ซึ่งเป็นนิสัยที่แรงกล้าและเป็นลักษณะเด่นของกลุ่มคนเหล่านี้เลยก็ว่า คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่เรื่องของเศรษฐกิจและธุรกิจมากยิ่งขึ้น ถึงกับต้องพึ่งหนังสือที่เกี่ยวกับการเงิน ที่ได้มีผลสำรวจออกมาว่า หนังสือเกี่ยวกับการเงินถูกวัยรุ่นซื้อไปมากที่สุดใน2020เลยก็ว่าได้