ดราม่า คาเฟ่หรูที่ศาลายา ให้บริการ 2 มาตรฐาน

             เมื่อวันที่ 19 เดือนมีนาคมปีพ.ศ 2564  ในโลกโซเชียลได้มีการพูดถึงเรื่องของกรณีที่มีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งเข้ามาทำการโพสต์ข้อความผ่านทาง Social Media  เกี่ยวกับเรื่องของการรีวิวคาเฟ่หรูแห่งหนึ่งซึ่งเปิดให้บริการได้ไม่นานโดยคาเฟ่แห่งนี้นั้นอยู่ในพื้นที่แถวศาลายาจังหวัดนครปฐมนั่นเอง 

          สำหรับกระแสดราม่าที่มีการพูดถึงกันนั่นก็คือเด็กนักเรียนกลุ่มนี้เธอได้มีการนัดแนะกันเพื่อที่จะไปเที่ยวที่คาเฟ่แห่งนี้เนื่องจากว่ามีภาพของสถานที่ที่เป็นคาเฟ่แห่งนี้นั้นค่อนข้างสวยงามและมีมุมให้ถ่ายรูปเต็มไปหมดซึ่งเด็กนั้นก็อยากที่จะไปลองใช้บริการดูด้วยพวกเธอล่ะว่าพวกเธอนั้นไปถึงที่คาเฟ่แห่งนี้ตั้งแต่ตอน 9:45 น

        ซึ่งแท้ที่จริงแล้วทางร้านจะเปิดให้บริการตอน 10:00 น แต่เนื่องจากว่ามีคนไปเป็นจำนวนมากทำให้เธอนั้นต้องรอคิวนานถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียวและพวกเธอเข้าไปใช้บริการร้านคาเฟ่แห่งนี้ตอนเวลาประมาณ 11:00 น ซึ่งแน่นอนว่าด้วยจำนวนของคนที่เข้าไปใช้บริการเยอะมากทำให้พวกเธอนั้นได้นั่งที่นั่งโซนด้านนอกโดยที่นั่งโซนนี้โต๊ะค่อนข้างเล็กและพวกเธอไปกันค่อนข้างหลายคนจึงค่อนข้างแออัดใน

       ขณะเดียวกันพนักงานที่ให้บริการอยู่ด้านนอกนั้นไม่มีการเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าโต๊ะข้างเคียงกับเธอโดยเสนอให้มีการย้ายเข้าไปนั่งด้านในซึ่งมีห้องแอร์ และเมื่อเด็กนักเรียนกลุ่มนี้มีการร้องขอพนักงานขอย้ายโต๊ะปรากฏว่ามีพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งไม่อนุญาตให้พวกเธอนั้นได้ย้ายโต๊ะได้ 

               นอกจากนี้เวลาที่พวกเธอสั่งอาหารนั้นพนักงานก็ไม่ค่อยสนใจและเมื่อสั่งไปก็ได้รับอาหารไม่ตรงกับเมนูที่สั่งทำให้พวกเธอนั้นรู้สึกว่าการที่พวกเธอไปใช้บริการโดยการสวมชุดนักเรียนไปนั้นทำให้พนักงานนั้นดูถูกและปฏิบัติกับพวกเธอสองมาตรฐานเพราะพนักงานเหล่านั้นจะให้บริการกับลูกค้าที่เป็นลูกค้าผู้ใหญ่ค่อนข้างดีแต่สำหรับเด็กนักเรียนแล้วกับพูดจาไม่ค่อยไพเราะและไม่ค่อยสนใจในการให้บริการนั่นเอง

          ดังนั้นพวกเธอจึงนำ ประสบการณ์ที่พวกเธอถูกปัจจุบันแบบสองมาตรฐานนี้มาโพสต์ลงใน Facebook เพื่อเป็นการรีวิวสถานที่ให้กับคนที่เป็นเด็กนักเรียนแล้วอยากจะไปใช้บริการคาเฟ่แห่งนี้อาจจะต้องทำไตซึ่งถ้าอยากได้รับบริการที่ดีควรจะใส่ชุดไปรเวทไปนั่นเอง

        หลังจากที่มีการเผยแพร่โพสต์นี้ออกไปก็ทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างเข้ามาวิจารณ์กันเป็นอย่างมากจนรุ่นนี้โด่งดังไปจนถึงร้านคาเฟ่ดังกล่าวซึ่งทางด้านเจ้าของร้านเองก็ได้ออกมาชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกับน้อมรับความผิดที่ทางพนักงาน และจะนำข้อบกพร่องต่างๆเหล่านี้ไปปรับปรุงการให้บริการในครั้งต่อไปโดยทางร้านคาเฟ่หรูดังกล่าวนั้นได้ชี้แจงว่าร้านตนเองเพิ่งเปิดมาไม่นานซึ่งการบริการอาจจะไม่ค่อยทั่วถึง และหลังจากที่ทางร้านออกมารับผิดทำให้คนในโลกโซเชียลพอใจกับการแก้ไขของทางร้านมากทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.   วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

ดักจับโรคจิตชอบแอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำในปั้ม

           เมื่อวันที่ 27   เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านช่วยกันจับกุมชายโรคจิตพี่แอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำได้ที่ปั๊มแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีบริเวณเส้นถนนบางกรวยไทรน้อย  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงยังปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดเกิดเหตุ แล้วพบว่าชาวบ้านกำลังควบคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้หลังจากนั้นจึงส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับหลักฐานจากคลิปโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมตัวชายคนดังกล่าวว่าเป็นชายโรคจิตที่เข้าไปในห้องน้ำผู้หญิงด้วยแอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำนั่นเอง

        หลังหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมชายผู้ต้องหาพร้อมกับหญิงสาวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ไปที่สถานีตำรวจและจากการพูดคุยกัน  หญิงสาวคนดังกล่าวให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  เธอเคยมาเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ มาแล้วครั้งหนึ่งช่วงประมาณเดือนมิถุนายนซึ่งตอนนั้นเธอถูกแอบถ่ายจากชายโรคจิตคนหนึ่งแต่ไม่สามารถจับได้ว่าเป็นใครหลังจากนั้นเธอไปแจ้งความเอาไว้แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า   เออได้ไปขอข้อมูลกล้องวงจรปิดจากปั๊มน้ำมัน  ซึ่งกล้องวงจรปิดจะเห็นใบหน้าของคนร้ายอย่างชัดเจนทำให้เธอจดจำภาพใบหน้าของคนร้ายได้ 

       สำหรับวันเกิดเหตุนี้ เธอขับรถผ่านมากับแฟน และต้องการเข้าห้องน้ำก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำเธอเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ร้านอาหารภายในปั้ม และมีใบหน้าคล้ายกับคนร้ายโรคจิต เธอจึงได้เปิดกล้องที่มือถือเอาไว้ เผื่อว่าจะสามารถถ่ายหน้าคนร้ายได้ หลังจากเธอเข้าห้องน้ำ คนร้ายก็เดินตามเธอเข้ามาจริงๆ หลัง จากนั้นคนร้ายก็ก้มลงเอามือถือยื่นเข้ามาถ่าย ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอถ่ายรูปคนร้ายเอาไว้ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ตะโกนให้คนภายนอกช่วยเหลือ

        ซึ่งมีพลเมืองดีหลายคนมาก โดยมีทั้งแฟนของเธอ  คนขับรถแท็กซี่และยังมีเหล่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พากันม่าจอดรถอยู่ภายในปั้ม พากันไล่จับชายคนร้าย และสามารถจับได้ ก่อนที่จะมีการรุมกระทืบชายคนร้ายเพื่อไม่ให้หนี   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้มีภาพจากกล้องของผู้เสียหาย และกล้องวงจรปิดของปั้ม รวมถึงมีคนเห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากต่างก็เป็นพยานให้ได้ว่า ชายคนดังกล่าวเข้าไปแอบถ่ายหญิงสาวในห้องน้ำจริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

        หญิงสาวที่เป็นผู้เสียหายกล่าวว่า หากมีหญิงสาวคนไหนที่เคยถูกชายคนนี้แอบถ่ายสามารถไปแจ้งความเอาผิดเพิ่มได้ เพราะเธอเคยคุยกับเหล่าแม่ค้าภายในปั้งน้ำมันแห่งนี้แล้ว ยืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ จนมาครั้งนี้ที่ทุกคนช่วยกันจึงจับคนร้ายได้นั่นเอง

           เมื่อวันที่ 27   เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีชาวบ้านช่วยกันจับกุมชายโรคจิตพี่แอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำได้ที่ปั๊มแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรีบริเวณเส้นถนนบางกรวยไทรน้อย  และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงยังปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดเกิดเหตุ แล้วพบว่าชาวบ้านกำลังควบคุมตัวชายคนดังกล่าวเอาไว้หลังจากนั้นจึงส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับหลักฐานจากคลิปโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมตัวชายคนดังกล่าวว่าเป็นชายโรคจิตที่เข้าไปในห้องน้ำผู้หญิงด้วยแอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำนั่นเอง

        หลังหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการควบคุมชายผู้ต้องหาพร้อมกับหญิงสาวซึ่งเป็นผู้เสียหายให้ไปที่สถานีตำรวจและจากการพูดคุยกัน  หญิงสาวคนดังกล่าวให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า  เธอเคยมาเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ มาแล้วครั้งหนึ่งช่วงประมาณเดือนมิถุนายนซึ่งตอนนั้นเธอถูกแอบถ่ายจากชายโรคจิตคนหนึ่งแต่ไม่สามารถจับได้ว่าเป็นใครหลังจากนั้นเธอไปแจ้งความเอาไว้แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า   เออได้ไปขอข้อมูลกล้องวงจรปิดจากปั๊มน้ำมัน  ซึ่งกล้องวงจรปิดจะเห็นใบหน้าของคนร้ายอย่างชัดเจนทำให้เธอจดจำภาพใบหน้าของคนร้ายได้ 

       สำหรับวันเกิดเหตุนี้ เธอขับรถผ่านมากับแฟน และต้องการเข้าห้องน้ำก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำเธอเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ร้านอาหารภายในปั้ม และมีใบหน้าคล้ายกับคนร้ายโรคจิต เธอจึงได้เปิดกล้องที่มือถือเอาไว้ เผื่อว่าจะสามารถถ่ายหน้าคนร้ายได้ หลังจากเธอเข้าห้องน้ำ คนร้ายก็เดินตามเธอเข้ามาจริงๆ หลัง จากนั้นคนร้ายก็ก้มลงเอามือถือยื่นเข้ามาถ่าย ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอถ่ายรูปคนร้ายเอาไว้ได้เช่นกัน ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ตะโกนให้คนภายนอกช่วยเหลือ

        ซึ่งมีพลเมืองดีหลายคนมาก โดยมีทั้งแฟนของเธอ  คนขับรถแท็กซี่และยังมีเหล่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พากันม่าจอดรถอยู่ภายในปั้ม พากันไล่จับชายคนร้าย และสามารถจับได้ ก่อนที่จะมีการรุมกระทืบชายคนร้ายเพื่อไม่ให้หนี   อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้มีภาพจากกล้องของผู้เสียหาย และกล้องวงจรปิดของปั้ม รวมถึงมีคนเห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมากต่างก็เป็นพยานให้ได้ว่า ชายคนดังกล่าวเข้าไปแอบถ่ายหญิงสาวในห้องน้ำจริงๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

        หญิงสาวที่เป็นผู้เสียหายกล่าวว่า หากมีหญิงสาวคนไหนที่เคยถูกชายคนนี้แอบถ่ายสามารถไปแจ้งความเอาผิดเพิ่มได้ เพราะเธอเคยคุยกับเหล่าแม่ค้าภายในปั้งน้ำมันแห่งนี้แล้ว ยืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังจับคนร้ายไม่ได้ จนมาครั้งนี้ที่ทุกคนช่วยกันจึงจับคนร้ายได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.   gclub

อดีต ลูกสะใภ้ ยกพวกมาถล่มทุกบ้านแม่ผัวพังยับเยิน ทนายความชี้มีความผิดทั้งแพ่งและอาญา

          เมื่อวันที่ 7 เดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2564   เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งและต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยระงับเหตุโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านหลังหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด  บ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นอยู่ที่หมู่บ้านหนองขุมดิน    

        สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าของบ้านผู้เสียหายนั้นก็คือนางสาวเอได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าผู้ก่อเหตุนั้นเคยเป็นอดีตภรรยาของพี่ชายของเธอเองซึ่งผู้ก่อเหตุนั้นชื่อว่านางสาวยุพาพรรณ  ผู้ก่อเหตุนั้นยังมีตำแหน่งหน้าที่เป็นถึงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีกด้วย

     สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นนางสาวยุพาพรรณได้มีการพาพรรคพวกเงินหลายคนอาทิบ้านของนางสาวเอจากนั้นก็ได้มีการใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาทุบกำแพงบ้านของนางสาวเอจนได้รับความเสียหาย  ส่วนสาเหตุของการทำลายข้าวของในครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่นางสาวยุพาพรรณนั้นอยู่กินกับพี่ชายของตนแล้วด้วย

          ในตอนนั้นทางครอบครัวของนางสาวเอจับได้ว่า นางสาวยุพาพรรณได้มีการปลอมแปลงเอกสารปลอมลายเซ็นของคนในครอบครัวแล้วไปทำการยื่นเรื่องที่ ที่ทำการอำเภอศรีสมเด็จด้วยขอยื่นเรื่องเป็นเจ้าของบ้านของนางสาวเอโดยที่คนในบ้านนั้นไม่รู้เห็นและไม่ได้มีการอนุญาต  นางสาวยุพาพรรณนั้นมีการปลอมลายเซ็นของบุคคลภายในบ้านเพื่อที่ต้องการหวังจะพบที่ดินบ้านหลังที่เกิดเหตุ

          แต่ปรากฏว่าทั้งครอบครัวทราบเรื่องเสียก่อนทำให้คนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นคุณยายทวดหรือแม้แต่แม่ของนางสาวเอและพี่ชายของนางสาวเอซึ่งเป็นสามีของนางสาวยุพาพรรณต่างก็พากันไม่พอใจจึงได้มีการขับไล่นางสาวยุพาพรรณออกจากบ้านและพี่ชายของเธอก็ได้มีการหย่าขาดจากการสาวยุพาพรรณ 

         ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นผ่านมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้วแต่นางสาวยุพาพรรณนั้นยังคงมีความคับแค้นใจอยู่และในวันนี้นางสาวยุพาพรรณก็พาคนมาพังถล่มบ้านของนางสาวเอชนกำแพงบ้านได้รับความเสียหาย

           โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้นางสาวเอและมีการถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานด้วยซึ่งหลังจากที่มีการนำคลิปไปทำการแจ้งความและไปร้องเรียนตามส่วนต่างๆพบว่านางสาวยุพาพรรณยังไม่ได้รับผลกระทบหรือยังไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างใดและเรื่องราคาก็ค่อนข้างเงียบดังนั้นจึงได้มีการนำคลิปดังกล่าวมาโพสต์ในโซเชียลหวังให้เรื่องราวนี้โด่งดังและทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้มีการเอาผิดนางสาวยุพาพรรณนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เมื่อทนายความได้เห็นคลิปก็ลงความเห็นว่า การกระทำในครั้งนี้ทำให้นางสาวยุพาพรรณ มีความผิดทั้งคดีทางแพ่งและทางอาญาเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย.    ทางเข้าufabet168

กระทรวงศึกษาธิการประกาศสั่งปิดโรงเรียนต่อเนื่อง

มีการประกาศออกมาจาก กระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับการเปิดและการปิดการเรียนการสอนของโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนในเขตพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส-19  ซึ่งมีทั้งหมด 28 จังหวัดด้วยกัน โดยทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการตัดสินใจที่จะดูแลเหล่าบรรดาเด็กนักเรียน

และนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเอกชนหรือว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐบาลก็ตาม  จะเป็นต้องมีการเลื่อนการเปิดเรียนไปก่อน เพราะตอนนี้สถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิด-19 กำลังส่งผลกระทบกับสถานศึกษาเป็นอย่างมาก

        อย่างที่เราทราบกันดีว่าในตอนนี้มีหลายจังหวัดมากในประเทศไทยที่กำลังได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19  ซึ่งก่อนหน้านี้สถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นตลาด หรือบ่อนการพนัน มีคนที่ติดเชื้อไวรัสเยอะมาก

จนมีหลายจังหวัดจำเป็นต้องมีการประกาศล็อกดาวน์  และแน่นอนว่าตอนนี้สถานการณ์ของการระบาดของไวรัสโควิด-19  จำเป็นต้องควบคุมสถานที่ที่ประชาชนจะไปรวมตัวกันเยอะ เพราะค่อนข้างที่จะเสี่ยงมากเลยทีเดียว  หากมีคนติดเชื้อไวรัสเพียงแค่คนเดียวเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีคนอยู่หนาแน่น ย่อมส่งผลให้มีการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียน และเป็นการลดความเสี่ยงที่จะมีการแพร่กระจายของไวรัสในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจึงจำเป็นตอ้งมีการออกมาตรการเพื่อความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ด้วยการประกาศปิดการเรียนไปก่อน สำหรับจังหวัดที่มีแนวโน้มว่าจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างรวดเร็ว โดยมีทั้งหมด 28 จังหวัดด้วยกัน ส่วนรายละเอียดของการปิดการเรียนนั้นจะมีการปิดต่อเนื่องตั้งแต่ปีใหม่ไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2564  

    อย่างไรก็ตามการประกาศปิดเรียนในครั้งนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะต้องดูสถานการณ์การระบาดของไวรัสแบบวันต่อวัน หากรัฐบาลและกระทรวงสาธารณะสุข สามารถแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัส หรือควบคุมการระบาดของไวรัสได้ เร็วก็อาจจะมีการเลื่อนเปิดเรียนให้เร็วขึ้นก็ได้ แต่ถ้าหากว่าไม่สามารถควบคุมได้ และยังมีการระบาดอย่างแพร่หลายไปอีกอาจจะมีการเลื่อนการปิดเรียนต่อไปได้อีก

     จะเห็นได้ว่าตอนนี้ทุกภาคส่วนต่างก็ได้รับผลกระทบกับการระบาดของไวรัสในครั้งนี้มาก เพราะในตอนนี้รัฐบาลประกาศปิดทำการหลายที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุก  หรือแม้แต่โรงเรียน โรงหนัง รวมถึงตลาด และยังมีอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าตอนนี้เดือดร้อนกันหมด ซึ่งหลายคนก็พากันกลัวว่า สถานการณ์จะเลวร้าย จนรัฐบาลอาจจะต้องมีการประกาศล็อกดาวน์ประเทศอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เศรษฐกิจต้องแย่มากกกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

ยืนยันชายในคลิปที่ทำลายคอมพิวเตอร์ที่สนามบินดอนเมืองไม่ได้เป็นตำรวจนานแล้ว

             ยังคงพูดถึงกันไม่เลิกกับคลิปวีดีโอที่มีการแชร์เริ่มต้นใน Twitter และมีการแชร์ต่อๆกันไปในโลกออนไลน์ทั้งผ่าน youtube รวมถึงผ่านระบบ Facebook ด้วยซึ่งในคลิปจะเป็นการบอกถึงชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งน่าจะเป็นสามีภรรยากันต้องการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมืองแล้วเกิดไม่พอใจเนื่องจากพนักงานไม่ให้ขึ้นเครื่องเพราะทั้งคู่นั้นเดินทางมาถึงสนามบินช้าไป 30 วินาที

อย่างไรก็ตามได้มีคนตาดีถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ขณะที่ชายหญิงคู่ดังกล่าวกำลังแสดงอาการไม่พอใจกับทางเจ้าหน้าที่สนามบินและสิ่งที่ทำให้ประชาชนที่เห็นข้อมูลในคลิปต่างก็ไม่พอใจในความหัวร้อนของคนทั้งคู่ก็เพราะว่าฝ่ายชายที่อยู่ในคลิปได้ทำลายคอมพิวเตอร์ของสนามบิน

อีกทั้งมีข่าวโซเชียลหลายคนได้มีการเข้าไปสืบประวัติชายหญิงคู่ดังกล่าวพบว่าฝ่ายชายนั้นเคยเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อนซึ่งหลายคนก็ออกมาพูดถึงพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ในแต่ละวันนั้นมักจะมีข่าวเกี่ยวกับความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านไม่ค่อยดีออกมาให้เห็นอยู่เป็นประจำอีก

ทั้งยังมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่าเหตุซึ่งทำให้รองโฆษกตำรวจที่ได้มีการติดตามข่าวนี้ทนไม่ได้ต้องออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยมีการระบุว่าเมื่อมีการตรวจสอบไปแล้วใช้ที่อยู่ในคลิปที่อาละวาดที่สนามบินดอนเมืองนั้นปัจจุบันไม่ได้

เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเพราะมีการลาออกไปแล้วซึ่งทางด้านรองโฆษกตำรวจยืนยันว่าชายคนดังกล่าวลาออกจากการเป็นตำรวจไปแล้วตั้งแต่ปีพศ 2557 ดังนั้นทางด้านรองโฆษกตำรวจจึงอยากจะฝากไปถึงชาวโซเชียลทั้งหลายว่าไม่อยากที่จะให้รังเกียจเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่อยากจะให้เหมารวมต่อการกระทำของชายคนดังกล่าวมาถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆเพราะพฤติกรรมที่ชายคน

ดังกล่าวกระทำที่สนามบินดอนเมืองนั้นเป็นพฤติกรรมส่วนตัวไม่เกี่ยวกับข้าราชการตำรวจเลยและที่สำคัญใช่คนนั้นก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วเช่นเดียวกันจึงไม่สามารถที่จะให้ทางโฆษกตำรวจนั้นออกไปจัดการชายคนดังกล่าวได้แต่เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบมาก็คือทางสนามบินดอนเมืองได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับชายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการแจ้งดำเนินคดีนั้นได้มีการแจ้งตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้วเพราะที่สนามบินสุวรรณภูมิจะมีสนดอนเมืองอยู่ใกล้ๆทำให้เจ้าหน้าที่ของสนามบินได้มีการแจ้งความจับชายหญิงคู่ดังกล่าวแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตามได้มีการเช็คประวัติชายคนดังกล่าวพบว่ามีการลาออกจริงตั้งแต่ปีพศ 2557 ซึ่งแต่เดิมนั้นเขาเคยสังกัดอยู่ที่สถานีตำรวจจังหวัดกาฬสินธุ์   ดังนั้นปัจจุบันนี้เทียบเท่ากับว่าชายคนนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับหน่วยงานราชการตำรวจนานแล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   ufabet

กระแสการชูสามนิ้วพร้อมผูกโบว์ขาว กำลังทำให้โรงเรียนเดือด

         กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในขณะนี้เมื่อมีเด็กนักเรียนมัธยมออกมาร่วมต่อต้านระบบเผด็จการร่วมกับระดับนักศึกษาอุดมศึกษาซึ่งสิ่งที่เด็กมัธยมทำก็คือเมื่อเข้ามาในโรงเรียนเด็กๆจะมีการนำผ้าขาวมาผูกโบว์ที่ข้อมือและมีการชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วขึ้นซึ่งว่ากันว่าสัญลักษณ์นี้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบเผด็จ

การและกระแสนิยมที่มีการชูสามนิ้วพร้อมกับผูกโบว์นี้กำลังเป็นที่นิยมเกือบทุกทั้งโรงเรียนทั่วประเทศซึ่งเด็กๆนั้นมักจะทำกันช่วงเวลาที่มีการเข้าแถวหน้าเสาธงในช่วงเช้าและตอนเย็นและในขณะนี้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในโรงเรียนเมื่อเราคุณครูเองก็ไม่พอใจกับการกระทำของเด็กนักเรียนที่มีการแสดงออกถึงสัญลักษณ์

ดังกล่าวซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับเรื่องของผอโรงเรียนหรือคุณครูตบนักเรียนและต่อว่าได้ใช้คำหยาบคายหลังจากที่เห็นเด็กนักเรียนชู3 นิ้วขึ้นมาพร้อมกับผูกโบว์สีขาวที่ข้อมือในขณะที่พวกเขานั้นกำลังเคารพธงชาติหน้าเสาธงในช่วงเช้าของการเข้าเรียนอย่างไรก็ตามไม่ได้มีแค่เพียงโรงเรียนเท่านั้น

ที่กำลังมีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้อีกหลายโรงเรียนทั่วทุกภาคในประเทศไทยกำลังประสบปัญหาแบบนี้ระหว่างคุณครูกับเด็กนักเรียนเรียกได้ว่ากำลังเดือดกันมากเลยทีเดียวก็แน่นอนว่าเด็กยังคงแสดงออกซึ่งสัญลักษณ์ถึงแม้จะถูกห้ามปรามส่วนทางด้านคุณครูเองก็เกิดอาการไม่พอใจ

ที่เด็กนักเรียนไม่ทำตามที่ตนเองสั่งถึงขนาดที่มีข่าวออกมาว่าคุณครูด่าพ่อแม่เด็กและมีการตบตีกระชากหัวทำร้ายร่างกายเด็กที่สำคัญกำลังมีการจะประกาศออกมาด้วยว่าหากเด็กคนไหนที่แสดงออกถึงสัญลักษณ์ดังกล่าวก็จะถูกไล่ออกจากทางโรงเรียนซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องเลื่อนลอยที่มีการลืมกันเท่านั้น

แต่ยังมีข้อมูลจริงที่สามารถยืนยันได้ว่าในโรงเรียนขณะนี้กำลัเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริงๆและถึงแม้ว่าทางโรงเรียนจะมีการประกาศไม่ให้เด็กแสดงสัญลักษณ์ต่างๆออกมาแต่เด็กๆก็ยังคงมีการแสดงสัญลักษณ์มากมายไม่ว่าจะเป็นการนำโบว์ไปผูกที่กระเป๋าหรือแม้แต่การที่มีการเป็นข้อความเกี่ยวกับข้อมูลทางด้านกฎหมายในสิ่งที่พวกเขาแสดงออกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้ผิดกฎหมาย

แต่อย่างใดและยังมีคลิปหลุดออกมาด้วยเมื่อมีคลิปว่าคุณครูท่านหนึ่งมีการด่าเด็กนักเรียนเป็นสัตว์และยังต่อว่าไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองว่าไม่สั่งสอนลูกของตนเองอีกทั้งอย่างไรให้เด็กนักเรียนนั้นไปแสดงสัญลักษณ์เหล่านี้ไปแสดงออกถึงความต้องการแบบนี้ที่อื่นที่ไม่ใช่ในโรงเรียน

โดยคุณครูยังบอกอีกด้วยว่ากำลังติดกล้องวงจรปิดให้ทั่วทั้งโรงเรียนเพราะเห็นใครแสดงสัญลักษณ์เมื่อไหร่จะถูกเลือกผู้ปกครองและออกทันทีซึ่งหลังจากที่มีคลิปนี้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนในโลกออนไลน์นั้นออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการกระทำของคุณครูท่านนี้เป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย    ufabet สมัครยังไง

เพื่อนบ้านแอบตัดกุญแจ เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน

ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนบ้านนั้นมีมากหลายซึ่งปัญหาหลักๆของการอาศัยอยู่ร่วมกันของคนมีว่านั่นก็คือคนในหมู่บ้านมักจะไม่ค่อยมีมารยาท  ไม่รู้จักวิธีการอาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่น  เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก

     ส่วนใหญ่แล้วจะพบเห็นปัญหาคนในหมู่บ้านเดียวกันทะเลาะกันสาเหตุก็เนื่องมาจากข้างบ้านเปิดเพลงเสียงดัง  แต่เพื่อนบ้านมักจะนำรถมาจอดบริเวณหน้าบ้านของคนอื่น  ทำให้กีดขวางการจราจร   รวมถึงบางคนไม่ยอมจ่ายค่าส่วนกลางและยังมีปัญหาการปลูกต้นไม้แล้วกิ่งไม้รำไปในบ้านของคนอื่น  หรือแม้แต่การต่อเติมบ้านเรายื่นเข้าไปในบ้านของคนอื่น  ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาของเพื่อนบ้านที่เรามักจะประสบพบเจอกันและการแก้ไขปัญหานั้นค่อนข้างยุ่งยากเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมซึ่งกันและกันนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามปัญหานี้ฟังดูจิตใจก็เลยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายคนหนึ่งที่เขาได้มีการโพสต์ Facebook บอกเล่าเรื่องราวปัญหาของตนเอง  โดยเขาระบุว่าเขาซื้อบ้านทาวน์เฮ้าส์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเอาไว้แต่ไม่ได้เข้ามาอยู่อาศัยเพียงแค่ซื้อข้าวของมาเก็บไว้ภายในบ้านเช่นเคยพร้อมน้ำมีแอร์  และมีพวกโซฟาตู้เสื้อผ้าเขาเองนั้นอาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งโดยพลาดของเขานั้นปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่ได้มาดูแลเป็นระยะเวลานานถึง 4 ปีด้วยกันเดือนนี้ปีนี้รู้สึกอยากจะมาดูสภาพบ้าน

              แต่เมื่อเดินทางมาถึงที่บ้านของตนเองปรากฏว่ามีคนเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านของเขา  และเมื่อตรวจสอบดูแล้วพบว่าคนที่อาศัยอยู่ในบ้านของเขานั้นเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันนั่นเองโดยเพื่อนบ้านได้ตัดกุญแจรั้วบ้านของเขาและเข้ามาอยู่อาศัยเลยโดยนำรถเข้ามาจอดมาอาศัยหลับนอนซึ่งสภาพบ้านของเขานั้นจากที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามกับเละเทะและที่สำคัญปั๊มน้ำของเขาหายไป แอร์คอนดิชั่นของเขาก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน

         เขาระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพื่อนบ้านได้มีการต่อพ่วงสายไฟจากบ้านของตนเองที่อยู่ติดกันมาบ้านของเขาหลังจากนั้นก็พากันเข้ามาอยู่อาศัยซึ่งเบื้องต้นเขาได้พยายามพูดคุยกับเพื่อนบ้านให้แสดงความรับผิดชอบแล้วถามถึงสาเหตุว่าทำไมต้องเข้ามาบุกรุกบ้านของเขาแต่เพื่อนบ้านพยายามบ่ายเบี่ยงเบนและไม่มีใครออกมารับผิดชอบ

        ชายคนดังกล่าวยังบอกด้วยว่าในตอนแรกเขาไม่ต้องการที่จะแจ้งความดำเนินคดีเพราะรู้สึกสงสารเนื่องจากเห็นว่าเพื่อนบ้านนั้นมีลูกเล็กอยู่หลายคนแต่เมื่อเขาพยายามพูดคุยด้วยดีๆเพื่อนบ้านกลับรถหน้าหลบตาอยู่ตลอดเวลาซึ่งเขาให้ระยะเวลามา 3 วันแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า

ดังนั้นเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะไปดำเนินคดีตามกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการให้ซึ่งเขาเชื่อว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นจะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับขังคุกอย่างแน่นอนในข้อหาบุกรุกบ้านของคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตและทำลายทรัพย์สินขโมยข้าวของของเขา

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ufabet บนมือถือ

ดราม่า …แม่ค้าหาดจอมเทียนปะทะลูกค้าถ้าไม่นั่งในร้านไม่ให้จอดรถหน้าร้าน

            ในโลกออนไลน์ได้มีสาวคนนึงโพสต์ข้อความลง Facebook พร้อมคลิปเป็นคลิปที่มีการทะเลาะกันระหว่างเธอกับลุงกับป้าคู่หนึ่งซึ่งเธอระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเธอมีการขับรถจากจังหวัดตากเพื่อมาเที่ยวที่เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี

แต่เมื่อมาถึงเธอไม่ได้ลงจากรถเนื่องจากว่าจะจอดรถรอเพื่อนของเธอก่อนซึ่งปกติแล้วเธอเคยมาเที่ยวพัทยาแล้วหลายครั้งโดยเธอก็จะจอดรถแบบนี้และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยด้วยเหตุการณ์ที่เธอเท่านั้นก็คือว่าเธอจอดรถเสร็จเรียบร้อยได้มีคนลงคนนึงเดินมาที่รถของเธอหลังจากที่เปิดกระจกรถคุยกัน

คุณลุงคนดังกล่าวก็ถามเธอเกี่ยวกับเรื่องของการจอดรถว่าจะมาจอดรถตรงนี้จะมานั่งที่ร้านของเขาหรือไม่ซึ่งเธอได้ปฏิเสธไปเพราะคิดว่าจะจอดเพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้นชายคนนั้นกลับแสดงท่าทีไม่พอใจพร้อมกับเดินหายไปและผ่านไปไม่ถึง 2 นาทีก็เดินกลับมาใหม่พร้อมกับพาหญิงสาวคนนึงมาด้วย

ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นภรรยาของชายคนดังกล่าวโดยทั้งคู่ได้ออกมาต่อว่าเธอไม่ให้เธอจอดรถตรงที่เคยจอดโดยให้เหตุผลว่าเห็นหน้าร้านของพวกเขาซึ่งจะเอาไว้ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านได้จอดรถหากเธอมาจากตรงนี้จะเป็นการวางหน้าร้านของพวกเขานั้นเองยังไง

ก็ตามเธอระบุว่าหลังจากที่ทะเลาะกันได้สักครู่เธอจึงได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้ซึ่งในก่อนที่จะมีการถ่ายคลิปได้นั้นเป็นช่วงที่ทะเลาะกันหนักมากแต่หลังจากที่คนทั้งคู่นั้นเห็นว่าเธอได้ถ่ายคลิปพวกเขาก็พูดกับเธอด้วยท่าทีที่อ่อนลงอีกทั้งยังขอร้องให้เธอย้ายไปจอดรถที่อื่น

ซึ่งเมื่อเรื่องราวของหญิงสาวคนดังกล่าวถูกแชร์ออกไปและเรื่องรู้ไปถึงหูรองนายกเมืองพัทยาก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งคู่ถูกเรียกตัวไปคุยทันทีสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากในคลิปวีดีโอที่มีการใช้กันอยู่ในตอนนี้และทางด้านรองนายกเมืองพัทยาเองก็ได้ออกมาทำโทษพ่อค้าแม่ค้าคู่นั้นด้วยการสั่งให้หยุดขายของเป็นระยะเวลา 15 วันซึ่งทางด้านรองนายกเมืองพัทยาระบุว่าได้มีพูดคุยกับเราพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายแล้ว

ว่าไม่ให้มีการขับไล่ลูกค้าออกจากพื้นที่เพราะบริเวณที่ลูกค้ามาจอดรถนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะลูกค้าสามารถจอดรถได้ดังนั้นนี่คือการลงโทษสถานเบาสำหรับการให้หยุดการขายของ 15 วันแต่ถ้าหากยังมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 จะถูกสั่งให้หยุดขายของถึง 3 เดือนด้วยกันและยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีกก็จะเป็นการให้เลิกขายของตรงบริเวณริมชายหาดพัทยาทันทีเพราะถือว่าเป็นการทำลายชื่อเสียงของชาวเมืองพัทยานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย   gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

เกิดเหตุสลดเมื่อลูกชายวัย 14 ปียิงแม่และน้องสาวเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 27 เดือนสิงหาคมปีพศ2563 ช่วงเวลาประมาณ 11.40 นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่าพบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพอยู่ภายในบ้านพักหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นอยู่ตรงตำบลโคกหล่อเบอร์เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบศพผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพด้วยกัน

ซึ่งศพแรกนั้นเป็นแม่ชื่อนางสาธิตา   และยังพบศพลูกสาววัย 14 ปีและลูกชายวัย 16 ปีเสียชีวิตซึ่งจากการดูศพแล้วตำรวจคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 12 ชั่วโมงโดยการเสียชีวิตของทั้ง 3 ศพนั้นถูกอาวุธปืนขนาดจุด 38 ยิงเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบพื้นที่ไม่พบร่องรอยการงัดแงะจึงคาดว่าน่าจะเสียชีวิตจากการที่ยิงกันเองโดยผู้ที่ยิงนั้นน่าจะเป็นลูกชายวัย 16 ปีสภาพศพแล้ว

เป็นลักษณะของการนั่งยิงกรอกปากตนเองในขณะที่ 2 ศพแม่กับลูกสาวนั้นเสียชีวิตจากการถูกยิงอย่างไรก็ตามผู้ที่เจอศพคนแรกนั้นเป็นลูกน้องของนางสาธิตาเนื่องจากว่านางสาธิตานั้นเป็นผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดตรังและในวันดังกล่าวนี้มีการประชุมใหญ่ที่ธนาคาร

ซึ่งนางสาธิตาจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยแต่ปรากฏว่าเมื่อล่วงเลยเวลาการเข้าประชุมแล้วนางสาธิตาก็ยังไม่เดินทางไปทำงานดังนั้นทำให้ลูกน้องในที่ทำงานจึงพยายามติดต่อนางสาวธิตาแต่ก็ไม่มีใครสามารถติดต่อได้จึงได้มีการให้ลูกน้องคนหนึ่งเดินทางมาหานางสาธิตาที่บ้านเมื่อเรียกแล้ว

ไม่มีคนตอบรับจึงได้พยายามทำประตูรั้วเข้าไปและเมื่อเปิดประตูบ้านไปก็เจอศพของทั้ง 3 คนอยู่ในห้องนอนอย่างไรก็ตามบ้านหลังดังกล่าวนั้นมีกันอยู่แค่เพียง 3 คนเท่านั้นเนื่องจากผู้เป็นพ่อนั้นทำงานอยู่ต่างจังหวัดวันหยุดจึงจะกลับมาบ้านสักทีหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุการฆ่ากันตายในบ้านนั้น

อาจจะเกิดจากการที่เด็กชายวัย 16 ปีมีปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอะไรซึ่งทางด้านญาติๆของครอบครัวที่เสียชีวิตนี้ไม่ได้ติดใจสาเหตุการตายว่าจะถูกฆาตกรรมแต่คิดว่าเกิดจากการที่หลานชายนั้นอาจจะเกิดความเครียดจึงได้ยิงแม่และน้องสาวส่วนชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงนั้น

ต่างก็บอกว่าในช่วงคืนเกิดเหตุนั้นเพื่อนบ้านต่างก็พากันได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีเกิดเหตุยิงกันภายในบ้านหลังดังกล่าวเนื่องจากว่าบ้านหลังดังกล่าวนั้นปกติแล้วคนในครอบครัวรักใคร่กันดีและนางสาธิตาก็ไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อนรวมถึงลูกทั้งสองคนของนางสาธิตาก็เป็นเด็กดี

และเป็นเด็กเรียนเก่งครอบครัวนี้ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินดังนั้นจึงไม่มีใครสงสัยว่าจะมีการเกิดเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง

 

สนับสนุนโดย   ufabet บาคาร่า

เหตุเพราะขับรถปาดหน้ากัน

         เมื่อวันที่ 11 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจถนนพระราม 9 ได้รับแจ้งเหตุมีคนทะเลาะวิวาทกันบริเวณถนนพระราม 9 และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็ไม่พบคู่กรณีทั้งสองคนแต่อย่างใดจึงได้เดินทางกลับไปที่สถานีตำรวจแต่หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนโทรเข้ามาแจ้งเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งว่ามีคนทะเลาะชกต่อยกัน

ที่บริเวณถนนพระราม 9 จุดที่ 2 ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่พบผู้ก่อเหตุเช่นเดิมหลังจากนั้นไม่นานได้มีคนโทรเข้าไปแจ้งอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 โดยระบุว่ามีคนก่อเหตุขับรถเฉี่ยวชนกันดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ

ซึ่งอยู่ตรงบริเวณแยกไฟแดงตรงบริเวณทางออกเชิงสะพานซึ่งห่างจากบริเวณแยกไฟแดงอยู่ประมาณ 300 เมตรเลยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงพบรถเก๋งจอดอยู่ซึ่งภายในรถเก๋งมีชายหนุ่มวัย 27 ปีชื่อนายศรุตมีอาชีพเป็นสัตวแพทย์นั่งอยู่ในรถด้วยอาการตกใจใกล้กับรถเก๋งนั้นมีรถปิคอัพคันหนึ่งจอดอยู่ข้างในภายในรถพบนายยิ่งพันธ์อายุประมาณ 56 ปี

ซึ่งมีอาการถูกมีดแทงสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่นั้นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันตั้งแต่ตรงบริเวณทางแยกสะพานพระราม 9 แล้วโดยมีการขับรถปาดหน้ากันแล้วก็ลงมาทะเลาะกันแล้วครั้งหนึ่งหลังจากนั้นก็ขับรถปาดหน้ากันอีกซึ่งก็ลงมาทะเลาะกันอีกแต่การลงมาทะเลาะกันครั้งที่ 2 นี้ทางสัตวแพทย์หนุ่มได้มีการใช้มีดแทงไปที่นายยิ่งผ่าน

ซึ่งมีอาชีพเป็นทนายความหลังจากนั้นก็ขึ้นรถหลบหนีทำให้ทนายความนิ่งพันขับรถตามและมาเจอกันตรงบริเวณแยกไฟแดงซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเดินทางมาถึงก็พบว่านายยิ่งพันธ์นั้นอยู่ในอาการช็อคทำกู้ภัยได้พยายามทำ CPR อยู่นานถึง 30 นาที

แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ในที่สุดทนายความคนดังก็เสียชีวิตภายในรถกระบะของตนเองส่วนทางสัตวแพทย์หนุ่มนั้นก็อยู่ในอาการช็อคและอยู่ในอาการทำอะไรไม่ถูกเพราะตกใจที่ตนเองนั้นแทงคนเสียชีวิต

       โดยเหตุการณ์ทะเลาะกันในครั้งนี้ได้มีพยานรู้เห็นกันเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะคนขับรถที่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ซึ่งเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นโดยเล่าว่าบริเวณถนนเส้นนี้มักจะมีการก่อเหตุการณ์ขับรถปาดหน้าและทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำหรือไม่ก็อาจจะมีอุบัติเหตุรถชนหรือคนกระโดดฆ่าตัวตายซึ่งถือว่าเป็นถนนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย   ทางเข้า ufabet ภาษาไทย