อิตาลีวิกฤต ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนามียอดสูงเกินห้าพันศพแล้ว

มีรายงานข่าวแจ้งรายงานผลเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าภายในประเทศอิตาลีว่าปัจจุบันถึงแม้ประเทศอิตาลีจะมีการปิดพรมแดนห้ามคนเข้าออกรวมถึงมีการน็อคดาวน์ไม่ให้ประชาชนเดินทางออกจากบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นแต่ก็ยังพบปัญหาว่าประเทศอิตาลี

เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับหนึ่งอยู่ในขณะนี้ของจากทุกประเทศทั่วโลกซึ่งขณะนี้มีการสำรวจจำนวนประชากรที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นแซงหน้านำประเทศจีนไปเรียบร้อยแล้วซึ่งจากรายงานผลการสำรวจล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 เดือนมีนาคมปีพ.ศ 2563

พบว่าภายในวันเดียวมีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและเสียชีวิตลงสูงถึง 651 คนซึ่งเป็นยอดที่สูงมากอย่างเคยที่ไม่ปรากฏในประเทศนี้มาก่อนและเมื่อรวมสถิติผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นในขณะนี้ของประชาชนในประเทศอิตาลีพบว่ามียอดสูงถึง 5476 คนเข้าไปแล้ว

ซึ่งถือว่าการที่ผู้นำของประเทศอิตาลีมีการปิดไม่ให้ประชาชนเดินทางออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นไม่สามารถได้ผลเพราะทุกวันนี้ก็ยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตลอดเวลาและจำนวนผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตก็มีมากขึ้นทุกวันและจากรายงานข่าวในครั้งนี้นั้นเอง

ทำให้ประเทศต่างๆเริ่มหันมาสนใจและต้องการที่จะช่วยเหลือประเทศอิตาลีเพื่อให้พ้นวิกฤตในครั้งนี้โดยหนึ่งในนั้นก็คือประเทศรัสเซียซึ่งได้มีการรวบรวมกำลังพลซึ่งเป็นคุณหมอที่เป็นผู้ชำนาญการในการรักษาโรคเชื้อไวรัสกรุณารวมถึงเตรียมหาอุปกรณ์การแพทย์เข้ามาช่วยเหลือประชาชนของประเทศอิตาลี

      สาเหตุที่ทำให้ประชาชนของประเทศอิตาลีมีการติดเชื้อกันมากกว่าประเทศอื่นๆนั้นเนื่องจากว่าในช่วงที่เริ่มมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าประชาชนให้ความสนใจกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรต้าน้อยมากหลายคนไม่พยายามป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัย

ซึ่งถือว่าเป็นความประมาทอย่างมากและเชื้อไวรัสโคโรน่าเริ่มระบาดมากขึ้น ประเทศอิตาลีก็ยังมีการขาดแคลนเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันการแพร่เชื้อระบาดของไวรัสไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยหรือแม้แต่เจลล้างมือโดยปกติแล้วชาวต่างประเทศมักจะมองว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเอาไว้ใช้

สำหรับคนที่มีอาการป่วยเท่านั้นคนปกติมักจะไม่ใช้กันทั้งนั้นหลายคนจึงไม่นิยมที่จะใส่หน้ากากอนามัยจนเป็นสาเหตุให้ได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าสู่ร่างกายโดยที่ไม่รู้ตัวและนำไปแพร่เชื้อต่อให้กับคนอื่นๆส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากที่สุดในโลกอยู่ในขณะนี้ซึ่งหลังจากที่ทางประเทศรัสเซียได้

มีการส่งยาฆ่าเชื้อและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆรวมถึงคุณหมอที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสกรณีครั้งนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนของชาวอิตาลีจะลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงและกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   จีคลับ คาสิโน

คนเดินทางออกต่างจังหวัดจนล้นหมอชิต

เพียงแค่การประกาศปิดห้างในกรุงเทพฯทำคนเดินทางออกต่างจังหวัดจนล้นหมอชิต

     จากการที่มีการประกาศออกมาจากทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ห้างสรรพสินค้าทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลให้บริการชั่วคราวนั้นผลปรากฏว่ามีลูกจ้างเป็นจำนวนมากที่เดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อกลับภูมิลำเนาของตนเองซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่เดินทางออกต่างจังหวัดนั้น

พบว่าเป็นประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯไม่ว่าจะเป็นคนพม่าหรือแม้กระทั่งคนลาวจนทำให้วันนี้ที่สถานีขนส่งหมอชิตเต็มไปด้วยผู้คนเป็นจำนวนมากโดยตรวจสอบคร่าวคร่าวแล้วว่ามาถึงกว่า 8 หมื่นคนจนทำให้สถานีขนส่งหมอชิตอัดแน่นไปด้วยผู้คนเป็นจำนวนมาก

ซึ่งส่งผลให้อาจจะมีการแพร่เชื้อระบาดในวันนี้ก็เป็นได้ด้วยจำนวนผู้คนที่หลั่งไหลมารวมตัวกันเพื่อที่จะเดินทางกลับเป็นบ้านเกิดของตนเองเนื่องจากมีรายงานข่าวก็มาว่าในวันพรุ่งนี้จะมีการปิดตรงด่านพรมแดนระหว่างประเทศพม่ากับไทยรวมถึงระหว่างพรมแดนลาวกับไทยจำนวนประมาณ 18 จุดเป็นการถาวร

เพื่อให้พ้นช่วงวิกฤตไปก่อนซึ่งประชาชนคนลาวและคนพม่านี้ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯแล้วถูกสั่งพักงานประมาณ 14 วันดังนั้นคนเหล่านี้จึงไม่มีงานทำและไม่มีเงินที่จะนำมาใช้จ่ายขณะที่มีการสั่งให้หยุดงานใน 14 วันนี้พวกเขาเหล่านี้จึงต้องเดินทางกลับไปที่ภูมิลำเนาบ้านเกิดของตนเอง

     และจากการที่มีคนเดินทางไปที่สถานีขนส่งหมอชิตเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองก็ยืนยันว่าได้ทำจนสุดความสามารถแล้วแต่ด้วยจำนวนประชาชนที่ เดินทางออกไปต่างจังหวัดนั้นมีมากจนเกินไป

จึงอาจจะทำให้มีการแพร่เชื้อระบาดเพิ่มมากขึ้นได้ซึ่งหลายคนอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากสถานการณ์ในวันนี้ที่ต่างกันรวมตัวกันที่สถานีขนส่งหมอชิตเพราะหลายคนที่จะเดินทางออกต่างจังหวัดนั้นทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีใครที่อาจจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกาย

ในขณะนั้นบ้างซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิตได้พยายามอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยมีการนำหน้ากากอนามัยไปคอยแตกและนำเจลล้างมือไปวางไว้ตามจุดต่างๆแต่ก็อาจจะไม่ทั่วถึงมากนักเนื่องจากว่าจำนวนประชาชนที่เดินทางมาที่หมอชิตมีมากจนเกินไปจนอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ในการที่จะป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นไม่เพียงพอ

ต่อจำนวนประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการซึ่งคาดว่าสถานการณ์การเดินทางออกไปต่างจังหวัดจะยังคงมีอยู่อีกประมาณ 2-3 วันดังนั้นในวันต่อไปทางสถานีขนส่งหมอชิตจะมีการเตรียมการเกี่ยวกับความพร้อมในการป้องกันการแพร่เชื้อให้มากกว่านี้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

คนน่านไม่กลัวการแพร่ระบาดขัดคำห้ามของรัฐบาล

คนน่านไม่กลัวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าขัดคำห้ามของรัฐบาล พากันจัดงานขึ้นบ้านใหม่

     ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้ออกมาขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนร่วมจัดกิจกรรมที่จะเป็นการรวมตัวกันของคนหมู่มากไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน      งานบวช   หรืองานอะไรก็แล้วแต่ที่จะมีคนไปรวมกันเยอะๆเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า

แต่หลังจากที่มีการขอความร่วมมือออกไปประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับสิ่งที่รัฐบาลร้องขอยังคงมีการจัดงานการเกิดขึ้นแม้แต่ตัวสที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเองก็ยังมีการจัดงานวันเกิดโดยที่มีคนไปร่วมงานอย่างคับคั่งซึ่งสวนกระแสกับคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่ห้ามจัดงานเพราะไม่ต้องการให้คนไปรวมกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากจะเป็นการลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ารวมถึงยังมีการจัดงานแต่งงานของเหล่าดาราทั้งหลาย

ซึ่งถึงแม้รัฐบาลจะออกมาเรียกร้องให้ร่วมมือกันลดการจัดงานแต่งงานแต่ดาราหลายคู่ก็ยังยืนยันที่จะมีการจัดงานแต่งงานออกไปเพราะส่วนมากมีการเตรียมการเอาไว้ผังการจัดงานสถานที่ต่างๆไว้เรียบร้อยแล้วดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยที่จะสนใจกับคำร้องขอของรัฐบาลในการงดการจัดงานในครั้งนี้รวมถึงชาวบ้านจังหวัดน่าน

ที่มีการจัดงานขึ้นบ้านใหม่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ปลัดอำเภอและนายอำเภอเดินทางไปที่บ้านงานและร้องขอให้หยุดการจัดงานจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้นเพราะคนภายในงานไม่พอใจที่ห้ามไม่ให้จัดงานขึ้นบ้านใหม่ในครั้งนี้เนื่องจากว่าชาวบ้านได้มีการเตรียมงานมาเป็นอย่างดีแล้วอีกทั้งในตอนที่ทางเจ้าหน้าที่เอาไปประกาศให้หยุดการทำงานนั้น

ไม่ได้เดินทางไปอย่างเป็นทางการเพราะใส่เสื้อผ้าเหมือนชุดอยู่บ้านเข้าไปทำให้ประชาชนไม่เชื่อถืออีกทั้งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อยู่ในงานต่างก็เมาด้วยฤทธิ์สุรากันแล้วจึงเป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายเกิดการทะเลาะวิวาทกันโดยนายอำเภอต้องยกปืนขึ้นฟ้าเพื่อยิงระงับเหตุการณ์

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้มีคนถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ได้แล้วนำมาเผยแพร่ลงในโลกโซเชียลทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้รู้ไปถึงหูผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดน่านจึงได้มีการสั่งตรวจสอบเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยถือว่ามีความผิดทั้งสองฝ่าย

เพราะพวกนายอำเภอเองก็ไม่แต่งตัวให้ดีเมื่ออยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่และยังเอาปืนไปยิงขู่ประชาชนซึ่งถือว่าเป็นความผิดในขณะเดียวกันตัวประชาชนเองก็ไม่ให้ความร่วมมือกับทางราชการอีกทั้งยังทำร้ายพนักงานของทางราชการอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่ามีความผิดทั้งสองฝ่ายซึ่งอาจจะต้องมาพิจารณากันอีกทีนึงว่าทั้งสองฝ่ายจะถูกดำเนินการตัดสินแบบไหน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ufabet สมัครยังไง

ผู้ว่ากรุงเทพฯกำชับร้านขายอาหาร

ผู้ว่ากรุงเทพฯกำชับร้านขายอาหารห้ามให้กินในร้านต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว

      จากเหตุการณ์ที่ว่ากรุงเทพฯได้มีการประกาศออกมาเกี่ยวกับการปิดห้างสรรพสินค้า   รวมถึงสถานบันเทิง   สถานบริการหลายแห่งทั่วกันกรุงเทพฯและปริมณฑลเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ

ได้ออกมากำชับกับร้านค้าที่ขายอาหารเพิ่มเติมว่าเป็นร้านค้าทั่วไปไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่ขายอยู่ตามตึกแถวหรือข้างถนนหรือแม้แต่ร้านค้าที่ขายตามรถเข็นต่างๆก็ดีขอความร่วมมือให้ร้านค้างดให้บริการที่ร้านโดยแนะนำว่าให้ลูกค้าซื้อสินค้าแล้วนำกลับไปกินที่บ้านแทนแต่ถ้าหากว่าร้านค้าไหนยังต้องการเปิดบริการให้ลูกค้าสามารถนั่งกินในร้านได้

จะต้องมีการตกแต่งร้านใหม่ซึ่งจะต้องมีการวางโต๊ะเก้าอี้แต่ละตัวให้ห่างกันประมาณ 1 เมตรเพื่อป้องกันคนนั่งติดกันมากจนเกินไปจึงจะสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ซึ่งการออกมาประกาศเช่นนี้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯต้องการให้มีผลทันทีโดยให้ทุกร้านค้าให้ความร่วมมือกับทางราชการในครั้งนี้ด้วยซึ่งประกาศในครั้งนี้จะมีผลทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑล

     สำหรับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นหากทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันตั้งใจจะทำจริงๆยังเกิดผลและสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้โดยวิธีการที่เราสามารถซื้ออาหารแล้วนำกลับไปกินที่บ้านได้นั้นเชื่อว่าจะเป็นการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคไวรัสได้อย่างไร

แต่การที่ป้องกันได้ดีที่สุดนั้นควรจะเป็นการป้องกันที่เกิดจากตัวของประชาชนเองที่จะต้องให้ความร่วมมือในการที่จะสำรวจตัวเองว่าได้ไปในบริเวณที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่รวมถึงหากรู้ตัวอยู่แล้วว่าเราอาจจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะต้องมีการปรับตัวเองเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปให้กับคนอื่น

คือไม่ให้สังคมต้องเดือดร้อนเพราะเราเพราะปัจจุบันนี้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเกิดมาจากที่ประชาชนบางคนยังเห็นแก่ตัวยังรักความสนุกสะดวกสบายเลยไม่ยอมกลับตนเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วันทั้งที่รู้ตัวดีว่าตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

อาจจะรู้อยู่แล้วว่าอยู่ใกล้กับคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ด้วยความมั่นใจว่าตัวเองไม่ติดจึงได้ออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆโดยที่ไม่สนใจที่จะลองกับตนเองเอาไว้ก่อนแล้วเมื่อถึงเวลาก็พบว่าตัวเองก็ไปแพร่เชื้อให้คนอื่นซึ่งมันจะกลายเป็นลูกโซ่ไปเรื่อยๆยังงั้น

หากการที่เรามีการปิดสถานบันเทิงต่างๆประชาชนยังไม่หยุดที่จะออกไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่นการที่เราปิดสถานบันเทิงหรือร้านอาหารพวกนี้ก็จะไม่สามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เลยดังนั้นทุกส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งไม่ให้โรคนี้แพร่ระบาดอีกต่อไป 

 

สนับสนุนโดย   gclub slot เล่นผ่านเว็บ

ประเทศเบลเยียมประกาศยกเลิกการล็อกดาวน์

            จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ประเทศเบลเยียมมีประชากรที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมากจนทางผู้นำประเทศเองต้องออกมาตรการเยียวยาขั้นเด็ดขาดด้วยการสั่งล็อกดาวน์ปิดประเทศ   ซึ่งขณะนี้ทางประเทศเบลเยียมได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าหากยังคงปิดประเทศอยู่ต่อไปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศเบลเยียมเป็นอย่างมาก

ดังนั้นจึงได้มีความคิดที่จะมีการเปิดประเทศโดยยกเลิกการล็อกดาวน์ เพราะต้องการที่จะลดปัญหาเกี่ยวกับ เศรษฐกิจของประเทศ โดยวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2020 จะมีการเปิดให้ร้านค้าทั้งหมดกลับมาเปิดขายของได้ตามปกติแล้ว

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีโซฟี วิลเมส และรัฐมนตรีคนอื่นอื่นรวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณะสุข ได้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วและได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะออกมาแถลงการณ์ให้ประชาชนรับทราบเรื่องดังกล่าวแล้วว่าทางรัฐบาลเตรียมที่จะมีการยกเลิกการปิดประเทศแล้ว 

ซึ่งการปิดประเทศนั้นทางประเทศเบลเยียมได้ปิดประเทศมาตั้งแต่วันที่ 12 เดือนมีนาคม ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็จะครบสองเดือนแล้ว ดังนั้น จึงเห็นสมควรว่าควรจะต้องเริ่มทยอยให้ร้านค้าเปิดกิจการได้ตามปกติได้แล้ว ไม่งั้นประเทศได้รับผลกระทบกับเศรษฐกิจภายในประเทศหนักหนาสาหัสแน่นอน

แต่ขั้นตอนการยกเลิกการปิดประเทศนั้นทางประเทศเบลเยียมคาดว่าอาจจะค่อยค่อยทยอยเปิดร้านแทนการเปิดพร้อมกันทีเดียวทั้งหมดเพราะต้องประเมินสถานการณ์ด้วยว่าหลังจากที่มีการปลดล็อกดาวน์แล้วสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังจะสามารถควบคุมไว้ได้หรือไม่ ซึ่งจะมีการทยอยเริ่มให้กิจการร้านค้าเปิดตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 

โดยจะให้ร้านขายผ้าเริ่มเป็นก่อนเป็นอันดับแรกหลังจากนั้นร้านอื่นอื่นก็จะเปิดตามมาเรื่อยเรื่อยจนวันที่ 11 พฤษภาคม ก็น่าจะมีการเปิดครบหมดทุกร้านพร้อมกันได้เลย และถึงแม้จะมีการปลดล็อกดาวน์ประเทศแล้วแต่ก็จะยังมีกฎบางอย่างที่ยังคงออกมาให้ประชาชนชาวเบลเยียมได้ปฎิบัติตามกันก็คือ การที่จะต้องให้คนที่อายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปนั้นยังคงต้องสวมหน้ากากอนามมัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

ออกมาในพื้นที่สาธารณะ สำหรับเรื่องการเปิดการเรียนการสอนของเด็กเด็กนั้น ทางรัฐบาลเบลเยียมเองยังคงมีความคิดให้เปิดการเรียนในช่วงเวลาเดิมพร้อมกันทั่วทั้งประเทศ โดยจะเปิดวันที่ 18 พฤษภาคม แต่จะมีข้อกำหนดให้โรงเรียนต้องปฏิบัติตามก็คือ ในหนึ่งห้องเรียนนั้นจะต้องมีเด็กนั่งเรียนไม่เกินห้องละ 10 คนเท่านั้นเพื่อเป็นการลดการแออัดของเด็กนักเรียน และสำหรับพวกร้านคาเฟ่ หรือร้านอาหารอาจจะต้องเปิดอีกครั้งประมาณวันที่ 8 เดือนมิถุนายน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   เวปยูฟ่าเบท

ด่าพนักงานส่งอาหารพูดจาหยาบคาย

ลูกค้าผู้หญิงชี้หน้าด่าพนักงานส่งอาหารพูดจาหยาบคายเพียงเพราะพนักงานไม่ยอมไปส่งอาหารถึงหน้าห้อง

            กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากเกี่ยวกับที่มีคลิปวีดีโอของหญิงสาวคนหนึ่งใส่เสื้อผ้าลายดอกออกมายืนชี้หน้าด่าพนักงานส่งอาหารของบริษัทขนส่งอาหารแห่งหนึ่งถึงสาเหตุที่พนักงานไม่ยอมขึ้นไปส่งอาหารให้ถึงบนห้องของคอนโดโดยในคลิปวีดีโอจะเห็นว่าหญิงสาวคนดังกล่าวใช้คำพูดที่หยาบคาย

และแสดงกิริยาท่าทางที่ไม่สุภาพใส่พนักงานส่งอาหารโดยถึงแม้พนักงานจะมีการอธิบายถึงกฎข้อบังคับของทางบริษัทที่พนักงานทำงานอยู่ว่ามีการสั่งห้ามไม่ให้พนักงานขึ้นไปส่งอาหารถึงห้องของลูกค้าแต่เธอก็ไม่ฟังยังคงโวยวายและชี้หน้าด่าพร้อมทั้งยังไล่ให้พนักงานไปไกลๆ

ซึ่งเธอใช้คำพูดที่ไม่สุภาพเป็นอย่างมากเมื่อคนในโลกออนไลน์ได้ยินคลิปวีดีโอดังกล่าวต่างก็มีการกล่าวถึงหญิงสาวคนดังกล่าวถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและพากันด่าทอเธอจนในที่สุดเธอทนกระแสต่อต้านไม่ไหวจึงได้ออกมาชี้แจงผ่านทางสำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยมีการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องเหตุการณ์

ดังกล่าวว่าในคลิปนั้นที่เธอต้องการให้พนักงานขึ้นไปส่งอาหารบนถึงห้องนั้นเพราะว่าตัวเธอนั้นมีไข้ขึ้นสูงมา 3 วันแล้วซึ่งเธออยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเธอจึงไม่อยากที่จะลงมาด้านล่างเพราะจะเป็นการเสี่ยงแพร่เชื้อโรคให้กับบุคคลอื่นโดยหากเธอลงมาข้างล่างเธอก็จะต้องใช้ลิฟท์ของทางคอนโด

ซึ่งคนอื่นที่ใช้ลิฟท์คอนโดร่วมกับเธอก็อาจจะเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสจากเธอก็ได้ซึ่งในขณะนี้ตัวเองนั้นเดินทางมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วโดยเธอบอกว่าอยากให้คนในโลกออนไลน์ได้มองสองมุมว่าด้วยความที่เธอไม่สบายและกลัวคนอื่นจะมาลำบากในการติดเชื้อร่วมกับเธอเธอ

จึงจำเป็นต้องให้พนักงานส่งอาหารขึ้นไปส่งอาหารให้แต่เมื่อพนักงานไม่ยอมช่วยเหลือทําให้เธอโมโหจึงได้มีการพูดจาหยาบคายออกไป   ซึ่งหลังจากที่เธอได้ออกมาชี้แจงเหตุผลที่เธอต้องชี้หน้าด่าพนักงานรวมถึงใช้คำพูดหยาบคายกับพนักงานนั้น

ก็ยังทำให้กระแสที่มีการต่อต้านเธอยังไม่ลดลงเพราะหลายคนมองว่าถึงแม้เธอจะมีความเสี่ยงมากที่จะเป็นพาหนะในการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าก็จริงแต่เธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมการใส่พนักงานแบบนั้นซึ่งการกระทำของเธอเช่นนั้นเป็นการดูถูกและกดขี่พนักงานเหมือนพนักงานไม่ใช่คน

เพราะเธอสามารถที่จะพูดจากับพนักงานดีๆก็ได้และที่สำคัญในขณะที่ตัวเองบอกว่าเธอไม่ต้องการให้คนอื่นมาเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสจากเธอนั้นในคลิปวีดีโอดังกล่าวจะเห็นได้ว่าตัวเธอนั้นไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งเป็นการไม่ดูแลตัวเองและยังเป็นการเสี่ยงอย่างมากที่คนอื่นจะติดเชื้อจากเธอในช่วงที่เธอออกมาโวยวายดังกล่าว

 

สนับสนุนโดย  เวปยูฟ่าเบท

มีคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มที่ศูนย์กักกันสะเดา จำนวนทั้งหมด 18 คน

    มีแถลงการณ์เข้ามาจากทาง  ศบค.   ว่ามีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19   จำนวนหลายราย ที่ศูนย์กักกันสะเดาซึ่งส่วนนี้เป็นศูนย์กักกันแรงงานชาวต่างด้าวโดยอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดสงขลาทำให้ขนาดนี้มียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็น 123 คนแล้ว

          มีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 โดยรายงานข่าวในครั้งนี้นายแพทย์ทวีศิลป์  วิษณุโยธินเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าว่าในแต่ละวันนั้นมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากน้อยแค่ไหนและมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ประมาณกี่คนแล้วซึ่งข้อมูลของวันที่ 4 เดือนพฤษภาคมนั้น

มีการระบุเอาไว้ว่าได้พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากถึง 18 คนด้วยกันโดยทั้งหมดอยู่ที่ศูนย์กักกันสะเดา ซึ่งเป็นสาเหตุให้ทางตอนนี้มียอดผู้ติดเชื้อทั่วประเทศแล้วสูงถึง 2987 คนโดยทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อกลุ่มใหม่ที่มีการส่งตัวเข้ามารักษานั้นเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มคนงานชาวต่างด้าวทั้งหมดที่ได้รับการปักตัวเอาไว้จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลาโดยในจำนวน 18 คน

ที่พบว่ามีการติดเชื้อนั้นเป็นคนอายุระหว่าง 13-18 2 ปีและเป็นเพศหญิงทั้งหมด 17 คนด้วยกันอีกหนึ่งคนที่เหลือนั้นเป็นเด็กผู้ชายอายุแค่เพียง 10 ขวบเท่านั้น

        ซึ่งเมื่อยอด 18 คนนี้มีการระบุเข้ามาจึงทำให้ผู้ติดเชื้อในจังหวัดสงขลามียอดรวมกันสูงถึง 123 คนโดยข้อมูลนี้ได้มีการเผยแพร่ผ่านทางทวิตเตอร์และมีการส่งเรื่องเข้ามาแจ้งที่  ศบค.ได้รับทราบข้อมูลนี้เรียบร้อยแล้ว

        เนื่องจากศูนย์กักกันสะเดาเป็นศูนย์กักกันแรงงานชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาทำงานที่ประเทศไทย จึงทำให้ส่วนนี้มีแรงงานชาวต่างด้าวเป็นจำนวนมากซึ่งอาจจะอยู่กันแบบหนาแน่นจนเกินไปจึงทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นไปได้สูงทั้งนี้ทางศูนย์จัดการเองจะต้องมีการทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ทั้งหมด

ของศูนย์กักกันและอาจจะต้องมีการควบคุมจำนวนคนให้เว้นช่วงห่างกันรวมถึงให้ล้างมือบ่อยๆและให้สวมใส่หน้ากากอนามัยโดยทุกคนจะต้องมีการป้องกันตนเองไม่ให้มีการแพร่เชื้อไปให้กับผู้อื่นเพราะขณะนี้หากพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 18 คนก็อาจจะต้องรอดูอีกสักประมาณ 14 วัน

ว่าจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่เพราะโดยปกติแล้วการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าจากคนสู่คนนั้นเชื้อจะไม่แสดงอาการทันทีจะต้องมีการฝังตัวก่อนประมาณ 14 วันถึง 30 วันซึ่งบางคนก็จะแสดงอาการว่าเป็นไข้แต่บางคนก็ไม่แสดงอาการอะไรเลยแต่อย่างนั้นจะต้องรอดูว่าแต่ละคนมีอาการยังไงบ้าง

และนำตัวส่งตรวจสอบทั้งหมดเนื่องจากว่าทุกคนก็อยู่ใกล้ชิดกันในศูนย์ประกันสะเดาเพื่อเป็นการไม่ประมาทเจ้าหน้าที่ที่ดูแลศูนย์กักกันสะเดาจะต้องมีการส่งแรงงานชาวต่างด้าวทั้งหมดนี้ไปตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโคโรน่าอีกครั้งหนึ่งหลังจากนี้ 14 วัน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้นต่ำ100

ภรรยาเอาคืนสามีออกไปลั้นลากับหนุ่มๆถึง 3 คน

ภรรยาเอาคืนสามีออกไปลั้นลากับหนุ่มๆถึง 3 คน เพราะจับได้ว่าสามีนอกใจไปมีอะไรกับรุ่นน้องที่ทำงาน

           เรื่องเล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งหลายคนต้องติดแหงกอยู่กับบ้านเนื่องจากการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินให้ประชาชนของตนเองอยู่แต่ในบ้านเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งนิตยสารของต่างประเทศได้มีการเขียนเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 35 ปี

ได้ออกมาเล่าเรื่องราวความคับแค้นใจที่เกิดขึ้นด้วยเขาเล่าว่าก่อนหน้านี้ประมาณเมื่อปีครึ่งเขาได้มีปัญหากับภรรยาเกี่ยวกับเรื่อง ภรรยาไม่ยอมให้เขาร่วมหลับนอนมาหลายสัปดาห์ทำให้เขารู้สึกอึดอัดประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวตัวของเขาเองต้องทำกิจกรรมกับทางบริษัท

ซึ่งจะต้องออกไปสัมมนากับพนักงานคนอื่นในบริษัทไม่ได้กลับมานอนที่บ้านโดยมีอยู่วันหนึ่งเขาได้ออกไปกินเหล้ากับพนักงานใหม่ซึ่งเป็นพนักงานสาวอายุ 24 ปีและเขาทั้งคู่ก็มีอาการเมาจึงได้เผลอมีอะไรกันแต่เมื่อตื่นขึ้นมาต่างคนต่างก็แยกย้ายกันและไม่เคยมีอะไรกันอีกเลยแต่หลังจากนั้น

เมื่อเขากลับมาที่บ้านและได้มีการพูดคุยกับภรรยาถึงเรื่องปัญหาsexของพวกเขาทั้งคู่ก็ทำให้เขาและภรรยาทะเลาะกันอีกแล้วจึงหลุดปากพูดออกไปว่าเคยนอกใจภรรยาไป 1 ครั้งทำให้ภรรยาของเขาโกรธมากและหลังจากนั้นเป็นต้นมาภรรยาของเขาก็ออกนอกบ้านเป็นประจำเลยปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกทั้ง 3 คนอยู่ที่บ้านซึ่งภายหลังเขาแอบดูโทรศัพท์มือถือของภรรยาทำให้รู้ว่าภรรยาของเขาแอบไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่นถึง 3 คน

ด้วยกันเพื่อเป็นการแก้แค้นเขา  ซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวเขาเองและภรรยาต่างก็ไม่มองหน้ากันแต่ก็จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันในบ้านหลังดังกล่าวลาเห็นนั่นก็เพราะว่าช่วงเวลานี้มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาทางรัฐบาลได้มีการประกาศให้ประชาชนอาศัยอยู่แต่ในบ้านไม่ให้ออกไปนอกบ้านทำให้ทั้งเขาและภรรยาต่าง

ก็รู้สึกอึดอัดที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเปิดข้อความที่เขาส่งมาพูดคุยกับทางนิตยสารนั้นเพื่อเป็นการขอความคิดเห็นว่าเขาควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดีโดยหลายคนที่ได้ฟังเรื่องราวของเขาต่างก็พยายามให้ทั้งคู่หันมาพูดจาด้วยกันดีๆซึ่งตัวเขาเองก็บอกว่าเคยพยายามแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามภรรยาของเขาก็ไม่ยอมโดยเธอยืนยันจะไม่ยอมกลับมาคืนดีกับเขาเป็นอันขาด หลายคนให้คำแนะนำว่า ตัวเขาเองควรจะขอโทษภรรยาเนื่องจากเขาทำผิดต่อภรรยาก่อนและพยายามพูดคุยกันให้ลงตัวให้ได้ไม่ควรไปดำเนินคดีกันในชั้นศาลเพราะสงสารลูกทั้งสามคนที่ต้องทนเห็นพ่อกับแม่ในสภาพที่ไม่คุยกันซึ่งหากยังอยู่แบบนี้ผลเสียที่ตามมาจะตกอยู่ที่ลูกทั้ง 3 คนดังนั้นตัวเขาเองและภรรยาควรจะมีการพูดคุยกันให้ชัดเจน 

       สำหรับเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ได้ดีสำหรับชีวิตครอบครัวที่ควรจะมีการ พูดคุยปรับความเข้าใจกันหากมีปัญหาเกิดขึ้นเพราะหากเมื่อใดก็ตามที่นำมือที่สามเข้ามาในชีวิตครอบครัวก็จะทำให้ครอบครัวพังแน่นอนและผลกระทบก็จะตกไปอยู่ที่ลูกๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   Gclub Slot

รปภ. วัยชรา ตกงานทำให้ไม่มีเงินจำเป็นต้องปั่นจักรยาน

รปภ. วัยชรา ตกงานทำให้ไม่มีเงินจำเป็นต้องปั่นจักรยานจากจังหวัดระยองกลับมาบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานี

          ชายวัยชราเคยทำหน้าที่เป็น รปภ. โดยไปทำงานอยู่ที่จังหวัดระยองแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบาดของไวรัสทำให้บริษัทหลายบริษัทในจังหวัดระยองต้องปิดกิจการลงชั่วคราวซึ่งส่งผลกระทบต่อพนักงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทต่างๆเป็นอย่างมาก

มีชายชราคนหนึ่งเขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายจากกันทุกบริษัทปิดกิจการโดยเดิมเขาทำอาชีพเป็นผู้รักษาความปลอดภัยเมื่อบริษัทปิดก็ไม่มีงานทำเขาจึงได้เดินทางกลับบ้านเกิดของเขาที่จังหวัดอุบลราชธานีแต่เนื่องจากอาชีพรักษาความปลอดภัยไม่ได้มีเงินเดือนมากนักชายชราจึงประสบปัญหาไม่มีเงินเดินทางในการกับจังหวัดบ้าน

เกิดเขาจึงเลือกใช้วิธีการเดินทางด้วยการปั่นจักรยานจากจังหวัดระยองเพื่อเดินทางกลับไปถึงจังหวัดอุบลราชธานีโดยชายชราใช้เป็นนอนข้างทางเหนื่อยก็พักและขี่จักรยานไปเรื่อยๆซึ่ง ระหว่างทางนั้นมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นจึงได้เข้าสอบถามชายชราคนดังกล่าวทางชราจึงได้มีการเล่าให้กับพลเมืองดีฟังถึงเหตุผล

ต้องขี่จักรยานจากระยองไปอุบลโดยพลเมืองดีนั้นได้มีการมอบเงินช่วยเหลือบางส่วนพร้อมทั้งซื้ออาหารและน้ำให้กับชายชรากินพร้อมทั้งนำเรื่องราวของชายชราคนดังกล่าวมาโพสต์ลง Facebook ส่วนตัวและขอร้องให้ชาวโซเชียลพากันแชร์ข้อมูลของเขาออกไปซึ่งเขาได้มีการขอร้องใน Facebook ว่าหากใครได้เจอชายชราคนดังกล่าวขี่จักรยานผ่านไปก็สามารถช่วยเหลือชายชราด้วยการบริจาคข้าวหรือบริจาคน้ำให้ชายชรากิน

เพื่อที่เขาจะได้เดินทางไปถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ซึ่งหลังจากที่มีการแชร์โพสต์นี้ออกไปชายชราก็ได้รับการช่วยเหลือจากประชาชนที่ผ่านไปเห็นโดยล่าสุดมีรายงานข่าวว่ามีพลเมืองดีได้นำชายชราขึ้นรถกระบะและพาไปส่งถึงบ้านเลยตอนนี้ชายชราคนดังกล่าวและถึงบ้านโดยปลอดภัยแล้วซึ่งในขณะนี้ก็มีมูลนิธิต่างๆเดินทางมาเยี่ยมชายชราคนดังกล่าวด้วย

       ประเทศไทยเป็นประเทศที่รักและช่วยเหลือซึ่งกันและกันถ้าเห็นใครที่ตกระกำลำบากก็มักจะให้ความช่วยเหลือยิ่งตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสดังนั้นการที่เจอคนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้หากเรามีกำลังทรัพย์มากพอเราก็สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้นิดหน่อย

ก็ยังดีคนไทยไม่จำเป็นต้องทิ้งกันซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสทำให้เราเห็นว่าคนไทยยามเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขันมีคนได้รับความลำบากคนที่มีกำลังทรัพย์มากกว่าก็ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันโดยเราสามารถเห็นได้จากการที่หลายคนออกมาบริจาคเงินให้กับผู้ได้รับความเดือดร้อนในช่วงนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   จีคลับ สล็อต มือถือ

พ่อแม่กังขา ลูกชายไปเป็นทหารเรือ กลับถูกพบว่าเสียชีวิตเพราะมียาฆ่าหญ้าในกระเพาะอาหาร

           มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีเมื่อมีนายทหารเรือคนหนึ่งพบว่าเสียชีวิตในค่ายทหารโดยลักษณะของการมีน้ำลายฟูมปากซึ่งมีการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้พลทหารคนดังกล่าวเสียชีวิตขณะที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

และเมื่อแพทย์มีการตรวจชันสูตรพลิกศพพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตนั้นเนื่องจากในกระเพาะอาหารของพลทหารคนดังกล่าวมียาฆ่าหญ้าอยู่ในกระเพาะอาหารด้วยซึ่งคาดกันว่าค้นหาคนดังกล่าวน่าจะกินยาฆ่าหญ้าเข้าไปจึงทำให้ไปกัดกระเพาะและถึงแก่ความตายซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้พ่อแม่ของพลทหารหาญก็รู้สึกทางแทงใจเกี่ยวกับการตายของลูกชายเป็นอย่างมาก

โดยพ่อแม่ของพลทหารคนดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์กับทางนักข่าวว่ารวมพลทหารคนนั้นชื่อนายเจษฎากร  แม่แสงทอง  ซึ่งเขาเป็นคนจังหวัดพิษณุโลกอยู่ที่อำเภอวังทอง   โดยนายเจษฎากรได้ไปเป็นทหารที่จังหวัดชลบุรีมาเป็นระยะเวลา 9 เดือนแล้วซึ่งไม่เคยมีปัญหาอะไรและนายเจษฎากรก็ไม่เคยเล่าถึงปัญหาที่ค่ายทหารว่ามีปัญหากับเพื่อนร่วมงานคนไหนมาก่อน

แต่อยู่ๆทางไปทหารก็ติดต่อกลับมาแจ้งให้ทราบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้วซึ่งตั้งแต่พ่อแม่มีการไปรับศพพลทหารเจษฎาก่อนกลับมายังบ้านเกิดที่จังหวัดพิษณุโลกนั้นไม่เคยมีเพื่อนทหารของนายเจษฎากรหรือแม้แต่หัวหน้าของนายเจษฎากรโทรมาแสดงความเสียใจหรือมาร่วมงานศพเลย

แม้สักคนเดียวอีกทั้งสาเหตุการตายทางโรงพยาบาลก็มีการแจ้งกับพ่อแม่ของนายเจษฎากรว่าเกิดจากการกินยาฆ่าหญ้าเข้าไปซึ่งทำให้พ่อแม่รู้สึกประหลาดใจและไม่เชื่อว่าลูกชายจะกินยาฆ่าหญ้าเองเนื่องจากว่าลูกชายไม่ได้มีปัญหาอะไรให้ต้องคิดมากรวมถึงในวันที่ลูกชายเสียชีวิตนั้น

ก่อนหน้านั้นลูกชายก็ยังพอคุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่ดีๆไม่ได้มีความเครียดหรือไม่เคยเล่าเรื่องเครียดอะไรให้แฟนสาวฟังเลยส่วนเพื่อนร่วมงานของพลทหารเจษฎากร งั้นก็เล่าให้ฟังว่าในวันเกิดเหตุนั้นพลทหารเจษฎากรและเพื่อนคนอื่นได้มีการชักชวนกันไปทำอาหารกินกันซึ่งปกติก็ชวนกันทำอาหารกินร่วมกันอยู่แล้วและเมื่อกินอาหารเสร็จต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าห้องพักแต่อยู่ๆพลทหารเจษฎากร

ก็มีอาการชักดิ้นชักงอแล้วมีน้ำลายฟูมปากหลังจากนั้นเพื่อนทหารด้วยกันจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลและพบว่ามีการเสียชีวิตในเวลาต่อมาส่วนเรื่องของยาฆ่าแมลงนั้นไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ว่าเป็นการกินเข้าไปเองหรือว่าไปถูกวางยาตอนไหนคงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจสอบเพิ่มเติมเนื่องจากว่าพ่อแม่ของพลทหารเจษฎากรเองนั้นต้องการให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับลูกชายของพวกเขา

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   พนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ำ100