อุบัติเหตุชนกันสนั่น 4 คันรวด บาดเจ็บเพียบ เสียชีวิต 2

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ทะเมนชัย ของจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการแจ้งจากประชาชนเข้ามาว่า ที่ถนนสายบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ ได้มีการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้น โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้พบรถปิ๊กอัพสีฟ้ออ่อน ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถของเทศบาลทะเมนชัย มีสภาพตัวรถหงายท้องขวางถนนอยู่ และพบว่าคนขับรถได้เสียชีวิตและมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งเป็นคนที่นั่งด้านข้างคนขับ โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องให้เลื่อยมาตัดเหล็กออกเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บให้สามารถนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลได้ จุดต่อมาพบรถยนต์ ฮอนด้าสีดำ สภาพรถพังเสียหาย และคนขับรถได้เสียชีวิตเพราะร่างกายกระเด็นออกมานอกตัวรถ และที่สำคัญชิ้นส่วนของรถเก๋งกระจัดกระจายเต็มท้องถนน ใกล้ใกล้กับรถเก๋งพบว่ามีกระปิ๊กอัพ สีเทาอีกคัน ซึ่งจากสภาพของรถแล้วน่าจะเป็นรถส่งของ ใกล้กับปิ๊กอัพสีเทา มีปิ๊กอัพสีฟ้าอ่อนอยู่คู่กันด้วย  ซึ่งรถคันนี้เป็นรถที่รับติดตั้งอินเตอร์เน็ตของบริษัทหนึ่ง

โดยรถทั้งสองคันไถลมาตกอยู่ตรงข้างถนน และตรวจสอบพบว่าคนขับรถทั้งสองคันบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีรถเสียหายทั้งหมด 4 คันและมีคนเสียชีวิตรวม 2 คนบาดเจ็บสาหัส 1 คนและบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 3 คน

ซึ่ง่จากการสอบถามคนทีรอดชีวิตพบว่า รถปิ๊กอัพทั้ง 3 คันได้ขับตามกันมาบนท้องถนนโดยมีรถของเทศบาลขับนำอยู่ด้านหน้า แต่พอมาถึงจุดที่เกิดเหตุรถเก๋งคันสีดำซึ่งอยู่เลนได้ฝั่งตรงข้ามและมีการขับรถมาด้วยความเร็วสูง มีการขับแซงรถของฝั่งทางรถเก๋งขึ้นมาแต่กลับเข้าเลนไม่ได้จึงได้มาประสานงานกับรถของเทศบาล และทำให้รถที่ขับตามมาข้างหลังได้รับความเสียหายไปด้วย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความประมาทในการขับรถของ คนขับรถเก๋งที่พยายามจะแซงแล้วแซงไม่พ้นทำให้ประสานงานกับรถที่เขาขับมาอีกเลน ซึ่งพวกเขาก็ขับกันมาดีดี แต่ต้องมาเจอกับอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดมาก่อนและทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยคนทีขับรถเก๋งเองก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่ง เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ของใครหลายหลายคนในการขับรถบนท้องถนนให้มีความระมัดระวัง ไม่ต้องรีบขับรถเร็วจนเกินไปและหากจะแซงควรมองทางให้แน่ใจก่อนว่าจะแซงพ้น ทางที่ดี ควรไม่มีรถวิ่งอีกเลนจะดีกว่าถึงค่อยแซง เพราะอุบัติเหตุหากเกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

ความสวยงามจากภายใน

ความสวยงามของผู้หญิงนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามทั้งทางหน้าตา รูปร่างเป็นต้น และสิ่งที่คนเราสมัยนี้นั้นมองข้ามไปในเรื่องความสวยความงามของผู้หญิงนั้นก็คือ ความสวยงามที่มีความสวยงามมากจากภายในนั่นเอง ความสวยงามจากภายในนั้นก็คือความสวยงามทางด้านจิตใจนั่นเอง ความสวยงามทางด้านจิตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่คนเราในยุคนี้มองข้ามอย่างมาก เพราะมัวแต่สนใจและมองเพียงสิ่งที่อยู่ภายนอกก็คือหน้าตาที่สวยงามนั่นเอง 

ความสวยงามจากภายในของผู้หญิงก็คือศิลปะที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความคิดหรือจิตใต้สำนึกของผู้หญิงคนหนึ่งนั่นเอง และสำหรับคนที่มีความสวยงามที่ภายในแล้วนั้นจะถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดีเลยทีเดียว เพราะถึงแม้ว่าต่อให้คุณนั้นจะสวยงามที่ภายนอกหรือรูปร่างหน้าตามากเพียงใดแต่ถ้าหาดภายในจิตใจนั้นไม่สวยงามหรือเป็นคนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีนั้นก็อาจจะทำให้คุณเป็นคนที่ไม่คบหรืออาจจะถือว่าเป็นคนที่ไม่มีเสน่ห์ในเรื่องของความสวยทางจิตใจนั่นเอง

ความสวยงามจากภายในจิตใจนั้นจึงจัดเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงจะสามารถแสดงออกมาใหผู้คนภายนอกรับรู้ได้โดยการพูดคุยสื่อสารกับตนเหล่านั้นนั่นเอง และคนเหล่านี้ส่วนมากจะค่อนข้างเป็นคนฉลาดและมักมีความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นๆด้วย เพราะการแสดงออกที่แสงออกมาถึงความจริงใจนั่นเองและคนประเภทนี้นั้นก็มักจะมีความเป็นศิลปินในตัวสูงมาก เพราะด้วยจิตใจที่มีความสวยงาม จึงส่งไปถึงความคิดและทัศนคติที่มีความเป็นศิลปินด้วยนั่นเอง ไม่ได้บอกเพียงว่าความพิเศษในความงามจากภายในนั้นจาจากคนที่ไม่ได้สวยงามจากภายนอกเท่านั้นแต่ก็ยังรวมไปถึงคนที่สวยงามทั้งภายนอกและภายในก็ถือว่าคนเหล่านี้นั้นมีทั้งศิลปะภายในจิตใจและศิลปะภายนอกจิตใจด้วยนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อเราเกิดมามีจิตใจที่สวยงามแล้วเราก็ควรเอาสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดไปยังคนอื่นๆให้คนอื่นๆได้รับรู้ว่าเรานั้นมีความสวยงามจากภายในจิตใจนั่นเองและสิ่งเหล่านี้นั้นยังสามารถช่วยทำให้เราได้ไปเจอผู้คนมากมายที่ทัศนคติที่ดีหรือมีความงามจากภายในแบบเรานั่นเอง อย่างคำที่มีคนกล่าวว่า ทัศนคติที่ดีนั้น

จะพาเราไปอยู่ในที่ดีดีนั่นเอง เมื่อเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ภายในตัวเราแล้วนั้นเราจงนำสิ่งเหล่านี้ออกมาใช้ และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่มีเสน่ห์สำหรับตัวเราเพียงเท่านั้นแต่ยังเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูคนรอบข้างให้เราเจอคนดีดีได้อีกด้วยนั่นเอง บางครั้งศิลปะก็ไม่จำเป็นต้อมาจากการวาดเขียนระบายสีเพียงเท่านั้น แต่ความสวยงามภายในจิตใจของผู้หญิงนี่แหละก็คือศิลปะที่งดงามอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

แมว 4 สายพันธุ์

 

แมวที่เราจะนำเสนอเป็นแมวมงคล 4 สายพันธุ์ ที่เชื่อกันว่าเลี้ยงแล้วดีมีโชคมีชัยหายากเป็นที่สุด

1.วิเชียรมาศ

       เป็นแมวที่เลี้ยงกันแพร่หลายในราชสำนักรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราชจนกระทั่งบรรดาฝรั่งที่มาติดต่อค้าขายและติดต่อทางราชการกับประเทศไทยเรียกกันติดปากว่า sia mese cat นัยน์ตาสีเหลืองลำตัวมีขนสีครีมเมื่อโตขึ้นจะปากดแต้มสีดำหรือน้ำตาลแก่บนร่างกายเก้าจุดด้วยกันประกอบด้วย ใบหน้า หูสองข้าง ขาทั้งสี่ข้าง ห่างและอวัยวะเพศ เชื่อกันว่าจะนำทรัพย์สมบัติมาสู่ครอบครัวของผู้เลี้ยง

2.สีสวาด (โคราช)

      เป็นแมวไทยโบราณที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมามีชื่อเรียกหลากหลายอาทิเช่น สีสวาดเป็นสีที่ใกล้เคียงกับลูกสวาด ,มาเลศ ,ดอกเลา เชื่อกันว่าแมวศรีสวาทจะนำโชคนำลาภนำเงินทองมาสู่ครอบครัวผู้เลี้ยง

3.ขาวมณี (ขาวปลอด)

      เป็นแมวไทยที่ปรากฏเด่นชัดเจนในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราชรัชกาลที่ห้า ชาววังนิยมเลี้ยงกันเป็นจำนวนมากสีขาวปลอดตลอดตัวไม่มีสีอื่นมาปะปนแม้กระทั่งขนหูก็ขาว ดวงตาส่วนใหญ่เป็นสีฟ้าใสสุดสวยแต่ที่นับว่าเป็นสุดยอดแห่งแมวขาวมณีคือการที่ดวงตาสองข้างมีสีที่แตกต่างกันออกไปคือมีสีฟ้าข้างหนึ่งและสีเหลืองอีกข้างหนึ่งจะเกิดสิริมงคลต่อผู้เลี้ยงดูนานานับประการ

4.ศุภลักษณ์ (ทองแดง)

      เป็นแมวที่ชาวกรุงศรีอยุธยาเลี้ยงกันมากอย่างแพร่หลายหลังจากที่กรุงแตกพม่าได้กวาดต้อนเชลยศึกชาวไทยไปยังประเทศพม่าแมวทองแดงจึงติดไปกับเชลยศึกชาวกรุงศรีอยุธยาออกลูกออกหลานเพิ่มมากขึ้น เมื่ออังกฤษยึดพม่าเป็นอาณานิคมได้ผลพบแมวทองแดงเกิดความพึงพอใจจึงนำกลับไป

เพาะเลี้ยงที่ประเทศอังกฤษจากนั้นได้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนสายพันธุ์แมวได้สำเร็จแต่จดในนาม ber mese cat (แมวพม่า) แต่เมื่อตรวจดีเอ็นเอเทียบกับแมวไทยแล้วพบว่าเป็นสายพันธุ์ทุกกรรมของสยามบ้านเราเชื่อกันว่านอกจากจะเป็นมงคลแก่ผู้เลี้ยงแล้วยังช่วยป้องกันเสนียดจันไรให้เจ้าของอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ข่าวดังในตอนนี้ลูกฆ่าแม่

ในขณะนี้ข่าวที่ลูกนั้นฆ่าแม่นั้นออกข่าวทั่วทุกช่องเลยต่างคนก็วิเคราะห์ต่างๆนาๆว่ากันไป ในตอนนี้ประชาชนนั้นก็หันมาสนใจในข่าวนี้กันว่าเขาฆ่าและหั่นศพได้อย่างไร ทำคนเดียวจริงๆหรอ

เมื่อเราพูดถึงคดีฆ่าหั่นศพนั้นโดยแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ได้กล่าวไว้ว่า การฆ่าหั่นศพนั้นสามมารถทำคนเดียวได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับหุ่นและรูปร่างของคนที่หั่นและศพที่ถูกหั่น ถ้าคนที่ถูกหั่นนั้นเขาตัวเล็กก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนที่ถูกหั่นนั้นเขาตัวใหญ่ก็ต้องลงมือหั่นนั้นลำบากหน่อย เพราะต้องลงมือกับร่างที่ใหญ่ 

แต่ถ้าการลงมือนั้นสามารถทำคนเดี่ยวได้เหมือนกับคดีอื่นๆที่เคยเป็นข่าวผ่านมา ส่วนการที่ลูกนั้นฆ่าหั่นแม่นั้นต้องมีความชำนาญมากหรือไม่นั้นคุณหญิงพรทิพย์กล่าวไว้ว่าไม่จำเป็นเพราะการหั่นนั้นเราแค่ต้องการที่จะทำลายศพ จึงไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์นั้นกล่าวไว้และไม่ต้องมีความจำเป็นเกี่ยวกับการณ์ที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับทางด้านนี้ก็ได้ 

ในตอนนี้ประชาชนนั้นมุ้งดูการที่คดีนี้จะจบลงแบบไหน เพราะเป็นข่าวที่ประชาชนนั้นให้ความสนใจกับข่าวนี้อย่างมาก เพราะต่างคนก็พูดว่าทำได้อย่างไรนั่นแม่ตัวเอง ต้องโกรดกับแม่นั้นมากน้อยแค่ไหนถึงจะทำได้ แค่ฆ่าให้ตายนั้นว่าบาปกรรมอยู่แล้ว แต่นี่ทั้งฆ่าแล้วก็หั่นชำแหล่ะ อีก แถมเอาไปแช่ในตู้เย็นอีกต้องมีจิตใจที่กล้ามากแค่ไหน 

แล้วตอนนี้ก็ประชาชนต่างตั้งข้อว่าทางเจ้าหน้าที่จะทำอย่างไรกับข่าวนี้ หรือปิดความจริงไม่ให้ประชนนั้นรู้   และนี่คือภาพสะท้อนว่าการประชาชนนั้นไม่ไว้ใจในการที่สอบสวนของไทย และก็ประชาชนนั้นไม่ไว้ใจกระบวนการยุติธรรมของไทย จึงทำให้ประชนนั้นต้องหาความเป็นจริงกันเอง 

เพราะเป็นข่าวที่ประชนนั้นให้ความสนใจ ดังนั้นเราต้องหาข่าวที่ประชนนั้นให้ความไว้ใจ ในความยุติธรรม   ดังนั้น ใครที่มีหน้าที่ต้องดูแลความในคดีนี้ ต้องหาความเป็นจริงและความยุติธรรมแก่ประชาชนที่ต้องการความเป็นธรรมแล้วก็ความเป็นจริง ดังนั้นใครที่มีการดูแลรับผิดชอบนั้นต้องทำให้ประชาชนนั้นเชื่อมั่นในการยุติธรรม 

ว่าทางที่ดูแลคดีนี้ให้ความที่ต้องดูแลอย่างไร แล้วต้องทำอย่างไรให้ประชนนั้นไว้เนื้อเชื่อใจว่าเราทำงานอย่างตรงไปตรงมา และก็ทำงานกันอย่างจริงจัง แล้วข่าวนี้มีประชาชนตั้งคำถามในความที่ข้องใจ  หลายอย่าง ว่าคดีนี้มีความเงื่อมงำ มีอะไรที่น่าพบจุดที่ต้องสงสัยอีกหลายที่

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

พี่ชายวินงง คนรุมด่าวินทั้งที่แกร็บแย่งที่ทำกิน

   จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข่าวที่มีวินมอเตอร์ไซค์วินหนึ่งมีการขับรถมาปาดหน้าคนขับรถแกร็บที่มารับผู้โดยสารที่คอนโดที่ตัวเองเป็นวินคอยดูแลอยู่ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันและทางวิ่งเองได้นำพวกมารุมกระทืบคนขับรถแกร็บนั้นซึ่งจากการสัมภาษณ์ผู้โดยสารที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนถ่ายคลิปวิดีโอก็ได้

ความว่าตัวเธอเองเป็นคนที่โทรไปเรียกคนขับรถแกร็บให้มารับเองเนื่องจากว่าเธอต้องนั่งรถไปทำธุระไกลซึ่งการนั่งรถแกร็บไปจะถูกกว่าการนั่งวินมอเตอร์ไซด์แต่โดยปกติแล้วเธอจะเลือกใช้บริการทั้งสองอย่างหากไปไหนไกลๆเธอจะเรียกวินมอเตอร์ไซค์แต่ถ้าต้องไปไหนไกลๆเธอจะเลือกบริการของแกร็บเพราะถูกกว่าและเธอก็มั่นใจว่าเธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าเธอจะไปรถของใคร

เพราะเธอเป็นคนจ่ายเงินเองซึ่งในวันเกิดเหตุเธอยืนยันได้ว่าคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์เป็นคนมาหาเรื่องคนขับรถแกร็บก่อนซึ่งคนขับรถแกร็บไม่ได้ทำอะไรเลยพวกวินมอเตอร์ไซค์มาถึงก็รุมกระทืบอย่างเดียวและเมื่อเธอเข้าไปห้ามเธอก็โดนลูกหลงด้วยจึงทำให้เธอต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพราะกลัวอันตรายที่เกิดขึ้นซึ่งเธอยืนยันได้ว่าคนขับแกร็บพูดสุภาพมาก ซึ่งเรื่องนี้หลายฝ่ายต่างก็เรียกร้องให้มีการแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเด็ดขาดเพราะเรามักจะพบเห็นว่าระหว่างวินกับแก๊ปมักจะเกิดคอดทะเลาะวิวาทกันอยู่เสมอซึ่งใน

วันนี้ตัวแทนของแก๊ปก็ได้ออกมาบอกว่ายังยืนยันจะมีให้คนขับรถแก๊ซเข้ามาในพื้นที่เด็ดขาดเพราะทางแก๊ปเองเข้ามาแย่งที่ทำมาหากินและเป็นการเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ซึ่งพวกตนในฐานะวินต่างก็ต้องเสียค่าเสื้อวินในราคาเป็น 10,000 เป็น 100,000 บาทจึงไม่สามารถให้คนเหล่านั้นเข้ามาแย่งที่ทำกินได้โดยวินมอเตอร์ไซค์ให้เหตุผลว่าเค้าต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลแล้วการที่เขาได้มาดูแลวินตรงนี้เค้าก็ต้องคอยนั่งรอลูกค้า

แต่ในขณะที่บีไม่ต้องมานั่งรอลูกค้าเหมือนเขาแต่กลับได้ลูกค้าของเค้าไปทำให้เขารู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมเพราะเขารู้สึกว่าเค้าต้องเสียงเงินเยอะแต่เขากลับไม่ได้รับลูกค้าเลยดังนั้นวินมอเตอร์ไซค์จะไม่ยอมให้แก๊ปมารับลูกค้าแถวนี้เป็นอันขาดซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรกแต่มีปัญหากันมานานแล้วและเป็นปัญหาทุกพื้นที่ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ขนส่งจึงควรเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารต้องเกิดอันตรายจากการทะเลาะกันของวินทั้งสอง       

 

สนับสนุนโดย  ดู E-SPORT

หน้ากากอนายมัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

นอกจากผิวหน้า ฝุ่น PM 2.5 ยังทำลายผิวหนังบริเวณอื่น ๆของร่างกาย ข้อพับก็สามารถก็สามารถเกิดผื่นแดง คัน ได้ด้วยเช่นกัน และผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนัง อาทิ เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สะเก็ดเงิน ฯลฯ

ยิ่งต้องควรดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงออกไปบริเวณที่มี PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณมาก แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ อาทิ เช่น หน้ากากอนามัยรุ่น N95 เป็นต้น

หน้ากากอนายมัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

  • หน้ากากอนามัยรุ่น N95 สามารถกรองฝุ่นละอองทั่วไป และ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นถึง 99.59%
  • หน้ากากอนามัยรุ่น R95 เป็นหน้ากากกรองอนุภาคสำหรับงานพ่นสี และกันกลิ่น สามารถกรองฝุ่นละออง และฟูมโลหะได้ที่ 0.3 ไมครอน รวมไปถึงกลิ่นสี และไอของสารระเหยได้ มีประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 95%
  • หน้ากากอนามัยแบบกรองอนุภาคเส้นใยไฟฟ้าสถิต สามารถกรองฝุ่นละออง และฟูมโลหะได้ที่ 0.3 ไมครอน
  • หน้ากากอนายมัยกันฝุ่นละออง ที่ระบุว่าสามารถกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 

คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการทดลองประสิทธิภาพของหน้ากากกันฝุ่นละอองแบบธรรมดา โดยใช้เครื่อง Koken รุ่น MT-03 ในการทดสอบ ผลการทดสอบปรากฏว่า

  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 66.37%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาซ้อนกันจำนวน 2 ชิ้น มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 89.75%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น และกระดาษทิชชู 1 แผ่นพับครึ่ง มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 98.05%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น และกระดาษทิชชู 2 แผ่นพับครึ่ง มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 67.04%

มีงานวิจัยว่า PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถส่งผลกระทบต่อผิวหนังโดยตรงโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  1. ผลกระทบระยะเฉียบพลัน สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังกำพร้า ทำให้เกิดอาการอักเสบของผิวหนัง ทำลายโปรตีน Filaggrin ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันการระคายเคือง และการอักเสบของผิวหนัง
  2. ผลกระทบระยะเรื้อรัง ในระยะยาว พบว่า PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่สามารถส่งผลร้ายต่อเซลล์ผิวหนัง ทั้งในกระบวนการการสร้างเซลล์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะความชราของผิวหนังหรือผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดจุดด่างดำบนชั้นผิวหนัง และลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง

ความเข้มข้นของ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพียงแค่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็สามารถกระตุ้นการอักเสบของผิวหนังได้แล้ว และระยะเวลาในการสัมผัสกับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เซลล์ผิวหนังจะถูกทำลายเป็นอย่างมาก แต่จากผลการวิจัย หากไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด ๆต่อผิวหนัง

พ.ญ. นิโลบล เจริญวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และความงาม จึงแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวในสถานการณ์ PM 2.5 ไว้ว่า เมื่อต้องออกมาเผชิญกับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยตรง เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบอาบน้ำ ชำระล้างผิวให้สะอาด และทาครีมบำรุงผิวกายหลังอาบน้ำ สำหรับผู้ที่แต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบนผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว Cleansing water

เพราะมีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า สามารถล้างคราบเครื่องสำอาง ดูดจับฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนผิวหน้า และสิ่งอุดตันในรูขุมขน โดยควรเช็ดจนมั่นใจว่าผิวหน้าสะอาด หลังจากนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว โดยการล้างหน้าตามแนวรูขุมขน และควรล้างอย่างเบามือ 2 รอบ หรือเทคนิค Double Cleansing ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

โดยการล้างรอบแรกเพื่อขจัดความมันบนผิวหน้า และการล้างรอบที่สองเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกข้างอยู่บนผิวหน้า เมื่อเสร็จแล้วควรใช้โทนเนอร์หรือน้ำเกลือในการเช็ดหน้าอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผิวหน้าสะอาด ปราศจากฝุ่น และสิ่งตกค้าง นอกจากนี้ยังเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนผิวหน้า

และเป็นการเตรียมผิวหน้าเพื่อรอรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอีกด้วย และควร Scrub ผิวหน้าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนของเซลล์ผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลผิวของเราในสถานการณ์ PM 2.5 ได้แล้ว

นอกจากจะดูแลผิวภายนอกแล้ว ยังควรดูแลผิวจากภายใน เพราะผิวภายนอกจะดี และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นได้ถ้าได้รับการบำรุงจากภายในด้วย โดยการดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 2 ลิตร เพื่อช่วย Detox ล้างสิ่งตกค้างที่อยู่ภายในร่างกาย และยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำอีกด้วย และควรทานผักผลไม้ที่ให้วิตามิน C จำพวก ฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

ด้วยคุณประโยชน์จากวิตามิน C จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยขับสารพิษ และสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย บรรเทาอาการภูมิแพ้ และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้นอีกด้วย และนอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ควรออกกำลังกายในที่ร่ม เพราะการออกกำลังกายกลางแจ้งในสถานการณ์ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกาย เนื่องจากทำให้สูดเอา PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปมากกว่าปกติ และที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลดแอพ UFABET

น้ำผลไม้ที่ช่วยในเรื่องอาการแก้ท้องผูก

ส่วนใครที่เป็นคนที่ไม่ชื่นชอบในการที่ทานผักและยังต้องเจอกับอาการท้องผูกนั้นอีกด้วยก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดเข้าอีกแต่ถ้าเมื่อไหร่เรานั้นมีตัวช่วยในการที่ท้องไม่ผูกแต่ว่าเรานั้นต้องกินผลไม้ช่วย  มีผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายนั้นให้เราลองกินและทานกันเพราะว่าอาการท้องผูกนั้น

ทำให้เราเสียเวลาในการที่เข้าห้องน้ำนานๆ  และเมื่อเรานั้นเข้าไปถ่ายแล้วแต่รู้สึกว่าเรานั้นถ่ายไม่เสร็จนั้นก็ดังนั้นเราควรที่จะหันมาทานผลไม้เพื่อที่จะไม่ให้ท้องผูกกัน  

  1. น้ำสับประรด  น้ำสับประรดนั้นช่วยได้   คนไหนที่ชอบทานเนื้อสัตว์และไม่ทานผักนั้นการที่เรานั้นกินสับประรดก็ช่วยท่านได้เพราะว่าในสับประรดมีเอนไซม์ในการช่วยย่อยอาหาร เมื่อเรานั้นทานเนื้อสัตว์แล้วรู้สึกว่าเรานั้นแน่นท้องเราก็กินสับประรดในการช่วยย่อย  ก็จะทำให้ระบบขับถ่ายของเรานั้นดีขึ้น  
  2. น้ำลูกพรุน  การที่เรานั้นกินน้ำลูกพรุนนั้นก็ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายนั้นอีกด้วยเพราะว่าในลูกพรุนมีซอร์บิทอลถึง  14.7 กรัม  เทียบเท่ากับการที่เรานั้นกินลูกพรุนสดนั้นได้  ส่วนใครที่ชื่นชอบในการกินลูกพรุนนั้นก็จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย  หรือว่าขับถ่ายนั้นดีขึ้น  และยังทำให้เรานั้นไม่เป็นมะเร็งในลำไส้นั้นอีกด้วย  
  3. มะขามป้อม  ใครว่ามะขามป้อมนั้นมีประโยชน์แค่การเอาไว้กินแค่แก้ไอเพียงอย่างเดียวในมะขามป้อมนั้นมีวิตามินซีที่สูงอย่างมากเพียงแค่เรากินมะขามป้อมแล้วตามด้วยน้ำเพียงแค่นั้นก็จะช่วยในเรื่องของภูมิคุ้มในร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย  และยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายชนิดแบบที่เห็นผลทันตาเลยละค่ะ  
  4. น้ำเสาวรส  นั้นเป็นผลไม้ที่เรานั้นรู้สรรพคุณของมันอยู่แล้วว่าเป็นยาระบายอ่อนๆและยังช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกนั้นได้ดี  แถมยังเป็นช่วยในเรื่องของการป้องกันลำไส้นั้นอีกเสบอีกด้วย   และป้องกันโรคมะเร็งในลำไส้  และยังช่วยขับสารพิษในร่างกายได้อีก  
  5. น้ำแอปเปิ้ล  น้ำแอปเปิ้ลที่เรานั้นรู้จักกันดีในตัวของน้ำแอปเปิ้ลนั้นช่วยปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้และยังกระตุ้นในเรื่องของการขับถ่าย  และยังช่วยในเรื่องของอาการท้องผูกนั้นอีกด้วย  

นี่คือผลไม้ที่เรานั้นยกมาเป็นตัวอย่างให้เหล่าคนที่ไม่ชอบกินผักมีอาการท้องผูกลองเอาตัวช่วยเหล่านี้ไปลองทำกินดูนะค่ะเพื่อว่าจะทำระบบขับถ่ายนั้นดีขึ้น  

 

สนับสนุนโดย  รู้ทันบาคาร่า

ทำพิธีฝังศพ ชายวัย 50 ปีที่ป่วยโควิดแล้ว ลูก 9 คนกำพร้าพ่อ

     เป็นเหยื่อรายที่ 5 แล้วที่ต้องสูญเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งที่ 5 นี้เป็นชายอายุประมาณ 50 ปีอยู่ที่จังหวัดนราธิวาสโดยสาเหตุของการติดเชื้อนั้นจากการตรวจสอบไทม์ไลน์ของการเดินทางไปไหนมาไหนของไทยคนดังกล่าวพบว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่บรรยายธรรมซึ่งเขาเพิ่งเดินทางกลับมาจากการบรรยายเกี่ยวกับศาสนาที่ประเทศมาเลเซียดังนั้นจึงคาดการณ์ได้ว่าชายคนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากประเทศมาเลเซียซึ่งเขามีอาการป่วยแค่เพียง 7 วันเท่านั้น

หลังจากนั้นก็เสียชีวิตในเวลาต่อมาโดยครอบครัวของชายชาวจังหวัดนราธิวาสต่างก็ร่ำไห้และรับไม่ได้กับการสูญเสียในครั้งนี้โดยภรรยาของชายคนดังกล่าวได้บอกเล่าให้กับทางผู้สื่อข่าวฟังว่าสามีเป็นหัวหน้าครอบครัวที่เป็นคนหาเลี้ยงคนทั้งครอบครัวคนเดียวโดยเธอและสามีมีลูกด้วยกันทั้งหมด 9 คน

สำหรับตัวเธอเองนั้นไม่ได้ทำงานอะไรเพราะมีหน้าที่เป็นแม่บ้านและดูแลลูกๆเท่านั้นดังนั้นในการขาดเสาหลักอย่างสามีไปในครั้งนี้ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปกับชีวิตดีตอนนี้รู้สึกเคว้งคว้างไปหมดเพราะไม่เคยทำงานมาก่อนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไงและชีวิตเธอยังต้องดูแลลูกทั้งหมดอีก 9 คน

ตอนนี้เธออยากจะให้รัฐบาลเข้ามาดูแลครอบครัวของเธอให้ช่วยเหลือเยียวยาให้ครอบครัวของเธอผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปให้ได้ในขณะนี้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้บ้านของเธอ

ต่างก็พากันหวาดกลัวเชื้อโรคที่อยู่ในบ้านของใช้ผู้เสียชีวิตจะมีการแพร่ระบาดออกมาข้างนอกทำให้ประชาชนอยู่ในละแวกใกล้เคียงอาจจะติดเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าได้รวมถึงแม้แต่ญาติพี่น้องของตัวเองเมื่อเดินทางมาเยี่ยมเยียนกันก็ไม่ยอมเข้ามาในบ้านยืนคุยอยู่แค่เพียงหน้าบ้านและเย็นห่างกับเธอถึงเกือบ 5 เมตรเลยทีเดียวเพราะทุกคนต่างก็กลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากเธอซึ่งเธอยืนยันว่าหลังจากที่สามีเสียชีวิตแล้ว

และทุกคนในครอบครัวได้มีการไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ซึ่งผลปรากฏออกมาแล้วว่าเธอและลูกทั้ง 9 คนไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอย่างแน่นอนแต่ถึงแม้จะมีออกมาบอกใครหลายๆคนแต่ก็ไม่มีใครไว้วางใจที่จะเข้าใกล้เธอและลูกๆของเธอทั้ง 9 คนเลยทำให้ชีวิตในตอนนี้ของเธอค่อนข้างที่จะดำเนินไปอย่างค่อนข้างลำบาก

ต้นทางโรงพยาบาลได้มีการนำศพของสามีของเธอมาประกอบพิธีทางศาสนาซึ่งสามีเธอนับถือศาสนาอิสลามจึงได้มีการฝังศพแต่การฝังศพในครั้งนี้อาจารย์ไม่สามารถเข้าไปร่วมพิธีได้ทำได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะมีการนำเชือกมากั้นเอาไว้และผู้ที่ทำงานฝังศพเอง

ก็จะเป็นทางเจ้าหน้าที่ที่มีการใส่ชุดป้องกันการติดเชื้ออย่างรัดกุมเอาไว้แล้ว ซึ่งหลังจากนี้ชาวจังหวัดนราธิวาสที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับบ้านของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าอ่านก็ออกมาใส่หน้ากากอนามัยรวมถึงนำเจลล้างมือติดมือเพื่อทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าและไม่อยากจะเสียชีวิตชายคนดังกล่าว

สื่อสารมวลชนประเทศไทยไร้จรรยาบรรณ

เมื่อไม่นานมานี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์สุดช็อคของประเทศไทย โศกนาฏกรรม ความสูญเสียที่เกิดขึ้น คือ ยิงกราดเมืองโคราช เชื่อว่าหลายๆคนคงจะทราบข่าวนี้กันเป็นอย่างดี ต้องขอกล่าวแสดงความเสียต่อผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่จากหลากหลายหน่วยงานที่เสียสละอีกครั้ง

ตอนนี้เหตุการณ์ก็ได้จบแล้ว คนร้ายถูกวิสามัญไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้เหลือแค่เพียงการนำเสนอข่าว พูดถึงการนำเสนอข่าวแล้ว หากใครที่ได้ติดตามข่าวนี้จากโซเชียลมิเดีย จะเห็นได้ว่าผู้คนในสื่อโซเชียลมิเดียนั้นได้รุมด่าว่ากราดสื่อที่นำเสนอข่าวนี้

หากถามว่าเพราะเหตุใด นั้นอาจจะเป็นเพราะสื่อแต่ละช่องมีความไร้จรรยาบรรณต่อหน้าที่ หลายคนคงอาจจะกำลังสงสัยว่าสื่อเหล่านั้นทำอะไรบ้าง เดี๋ยวจะมาพูดถึงสื่อที่เป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้

  • สื่อช่อง ONE 31 ได้มีการรายงานถ่ายทอดสดว่า หากต้องการที่จะเห็นกองกำลัง หรือ เห็นโดยรอบของพื้นที่Terminal21 เมืองโคราช ก็จะต้องขึ้นไปบนหอคอยสังเกตการณ์ และในภายหลังเวลาต่อได้มีรายงานออกมาว่าผู้ร้ายได้ทำการขึ้นไปยังหอคอยจริงๆ
  • สื่อช่อง ไทยรัฐ ได้มีการรายงานถ่ายทอดสดโดยรายงานถึง การวางแผนของเจ้าหน้า และ ได้พูดถึงตำแหน่งต่างๆของกองกำลังแต่ละหน่วยงานว่าอยู่ตรงจุดไหน ซึ่งทำให้เห็นว่าผู้ร้ายจะทราบถึงตำแหน่งและแผนของเจ้าหน้าที่ แต่มีการไหวตัวทัน
  • สื่อช่อง อมรินทร์ ได้ทำการต่อสารโทรศัพท์ไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ซึ่งบุคคลภายในครอบครัวยังไม่มีใครทราบข่าวการเสียชีวิตครั้งนี้ ไม่เพียงแค่โทรศัพท์ไปแจ้งข่าว แต่ยังต้องการพูดคุยและสัมภาษณ์ต่อ เป็นเหตุที่ว่าหน้าที่นี้ไม่ควรจะเป็นสื่อที่โทรศัพท์ไปแจ้ง

จากเหตุการณ์ทั้งหมดของการกระทำของสื่อแต่ละช่อง ทำให้ผู้คนในโซเชียลมิเดียแห่กันไปด่า ซึ่งหลักๆแล้วก็คือ การที่สื่อในไม่มีจรรยาบรรณของการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ขออนุญาตยกตัวอย่างงานวิจัยเรื่องสื่อของอเมริกาที่กล่าวว่า สื่อเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า จะทำให้เหตุการณ์กราดยิงนั้นเพิ่มมากขึ้นหรือลดลงน้อยลง

เพราะความผิดพลาดของสื่อเมริกาที่ทำมาแล้วนั้นก็ไม่ได้ต่างจากของไทยในตอนนี้ หากจะพูดว่าไทยไม่ค่อยมีเหตุการณ์แบบนี้ก็คงจะไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะถึงอย่างไรแล้ว ถ้าหากสื่อคำนึกถึงจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชนเอาไว้อย่างนี้ เหตุการณ์การนำเสนอข่าวอย่างที่ได้กล่าวไปคงจะไม่เกิดขึ้น

แต่ก็ยังคงมีสื่อบางช่องที่นำเสนอข่าวได้อย่างตรงไปตรงมา และปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้คนในโซเชียลมิเดียก็ต่างพากันชื่นชม และพยายามที่จะเรียกร้องไปถึงสื่อที่รายงานข่าว นำเสนอข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ให้มีการปฏิรูปของงานด้านสื่อสารมวลชนเสียใหม่หมด เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้ง

ตำรวจ

ตำรวจคือคนที่เรียนกฎหมายหรือคนที่อยากจะป้องบ้านเมืองหรือประเทศให้มีความสงบสุขหรือทำให้ทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย ตำรวจนั้นจำเป็นจะต้องเรียนหรือศึกษาเพื่อที่จะมารับตำแหน่ง ตำรวจนั้นจะมีการรับราชกาลเพื่อที่จะได้มีการเลื่อนยศ

หากมีตำแหน่งที่สูงๆกว่าจะสามารถสั่งตำรวจที่มีตำแหน่งต่ำกว่าตัวเองได้และยังสามารถสั่งให้ย้ายไปที่ที่ท้องที่นั้นๆหรือเห็นสมควรว่าควรได้รับโอกาสเพื่อรับใช้ประชาชนและยังได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นไปหรือยศขึ้นนั่นเอง ตำรวจนั้นจะรู้กฎหมายเยอะเพราะว่าเขาเรียนมาในสายที่ตัวเองต้องรู้กฎหมายต่างๆที่ได้ถูกกำหนดให้ผู้คนได้รู้กฎหมายหรือตักเตือนว่าสิ่งที่ทำถูกหรือผิดนั่นเอง

คนที่กระทำความผิดนั้นจะมีโทษหนักหรือเบาตามที่กฎหมายได้ระบุไว้นานแล้ว กฎหมายได้ถูกตั้งขึ้นมามากมาย อีกทั้งยังทำให้คนอื่นๆไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ผิดเพื่อป้องกันความปลอดภัยของทุกๆคน ตำรวจนั้นมีทั้งดีและไม่ดีการที่ตำรวจนั้นได้ใช้ตำแหน่งหรืออำนาจในทางที่ผิดเพื่อให้ตัวเองได้เงินทองหรือสิ่งของต่างๆที่คนคนนั้นเสนอมา ถ้าตำรวจกระทำความผิดนั้นก็ต้องโดนจับหรือจำคุกอยู่ดีถึงจะเป็นตำรวจก็ไม่ถูกยกเว้น กฎหมายสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ทำตามที่กำหนดไว้

เพื่อจะได้มีความเท่าเทียมในสังคมแต่คนรวยส่วนมากจะใช้เงินเป็นการปิดปากพวกตำรวจที่ไม่ดีเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ผิดหรือไม่ต้องถูกจำคุก ส่วนตำรวจที่ดีนั้นต่อให้คนรวยจะมีตังสักเท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัย ตำรวจแบบนี้นั้นชาวบ้านจะรักหรือชอบเป็นพิเศษเพราะพวกเขาได้รับใช้ประชาชนเพราะเงินเดือนที่พวกเขาได้นั้นเป็นเงินจากประชาชนนั่นเอง

คนที่จะสามารถมาเป็นตำรวจได้นั้นจำเป็นจะต้องเข้าฝึกหรือเรียนในหลักสูตรตำรวจ การที่จะเป็นตำรวจจะต้องเรียนโรงเรียนเฉพาะที่ตำรวจได้สร้างขึ้นมาเท่านั้น ตำรวจได้มีหลายสายงานจะมีทั้งนั่งทำเอกสารต่างๆหรือสายที่เฉพาะเพื่อที่จะไปทำหน้าที่ต่างๆที่ตัวเองได้เรียนมา

การที่รู้กฎหมายนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นตำรวจเสมอไปกฎหมายมีมากมายตำรวจจะรู้เฉพาะที่ตัวเองได้เรียนสายนั้นๆมา ตำรวจจะต้องทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่หากไม่ทำตามหน้าที่นั้นจะถูกสอบสวนหรือถูกปลดจากการเป็นตำรวจเพราะไม่ทำอะไรเลยใช้เครื่องแบบในทางที่ผิดเท่านั้นหรือไม่ต้องการยศหรือเงินทองเท่านั้นตำรวจแบบนี้จะมีชาวบ้านเกลียดมากมายแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพวกนี้จะมีตำแหน่งทางราชกาลที่สูงและทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้นั่นเอง