คลังเก็บหมวดหมู่: การพนัน

การบริโภคในชีวิตประจำวัน

                 การบริโภค    หมายถึง   การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์   การบริโภคไม่ได้หมายความถึงการรับประทานอาหารอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว   การใช้สินค้าอื่นๆ  และการใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คือการบริโภคด้วยเช่นกัน  เช่น  การไปพบแพทย์เมื่อยามเจ็บป่วย  การพักโรงแรม  การท่องเที่ยว  การขนส่ง  การประกันภัย  เป็นต้น       ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การกระทำทั้งหลายอันทำให้สินค้าหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งสิ้นเปลืองไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่มนุษย์  ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม  ถือเป็นการบริโภคทั้งสิ้น

 

ประเภทของการบริโภค

แบ่งตามลักษณะของสินค้าสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1.            การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้หมดไป การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภคน้ำ อาหาร ยารักษาโรค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ
  2. การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่งโดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัดลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทนเหล่านี้จะใช้แล้วไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอไป จนในที่สุดจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก  ปัจจัยที่ใช้กำหนดการบริโภค

หลักในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการใดๆต้องคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้รับความพึงพอ ใจ ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ได้แก่
1. ความประหยัด คือซื้อสินค้าในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไปจนใช้ไม่หมดหรือเหลือทิ้ง และเป็น สินค้าที่จำเป็นต้องใช้ไม่ควรซื้อตามกระแสนิยม
2. ประโยชน์ คือ สินค้าหรือบริการนั้นซื้อมาแล้วให้ประโยชน์ ความสะดวกสบาย คุ้มค่า เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
3. ราคายุติธรรม เป็นสินค้าหรือบริการที่มีราคาไม่แพงจนเกินไปผู้ผลิตไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ในด้านราคา
4. คุณภาพ ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐานในปัจจุบันสินค้าและบริการส่วนใหญ่เป็นตลาด ของผู้บริโภค หมายถึง ผู้บริโภค ที่มีสิทธิ์เลือก ซื้อได้ตามราคาและคุณภาพได้ตามที่ตนพอใจ
5. ความปลอดภัย สินค้าหรือบริการนั้นๆ ต้องไม่เป็นอันตายแก่ผู้บริโภค เช่น อาหารสำเร็จรูปอาหาร กระป๋อง ต้องไม่มีสารเคมี หรือหมดอายุเสื่อคุณภาพแล้ว


ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภค

1..รายได้สุทธิ
2.รายได้ในอดีตและในอนาคต หากคาดว่าในอนาคตจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันก็จะบริโภคมากขึ้นเช่นกัน  หากรายได้ในอดีตเคยสูงกว่ารายได้ในอนาคตก็จะลดค่าใช้จ่ายในการบริโภคไม่มากแต่จะไปลดในค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แทน
3.การให้สินเชื่อเพื่อการบริโภค เป็นนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการคำนวณ GDP  เช่น มีการให้สินเชื่อในด้านการบริโภคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น
4.ระดับราคาสินค้า  เป็นไปตามกฎอุปสงค์ (Law of Demand)  ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นความต้องการซื้อลดลง
5.ขนาดของสินทรัพย์  ผู้บริโภคที่มีสินทรัพย์ในครอบครองจะมีค่าใช้จ่ายในการบริโภคมากกว่า เช่น Y=C+S เมื่อมีสินทรัพย์มากก็จะมี C มากเช่นกัน หากไม่มีสินทรัพย์ก็จะนำเงินไปออม (S) เพื่อจะได้สินทรัพย์ในอนาคต
6.จำนวนประชากรและการกระจายอายุของประชากร    ประเทศที่มีประชากรมาก ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริโภคมาก  การกระจายอายุ เป็นการแบ่งช่วงอายุคน และช่วงกำลังศึกษาถึงช่วงกำลังทำงานใหม่ ๆ จะมีการใช้จ่ายมากที่สุด
7.การกระจายรายได้ของสังคม   คนจนมีสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรายได้    คนจนมี APC มาก คนรวยมี APC น้อย  ประเทศไหนทีมีการกระจายรายได้ต่างกันมากจะทำให้การบริโภคน้อย
8.การคาดคะเนระดับราคาสินค้าในอนาคต     หากมีการคาดคะเนระดับสินค้าในอนาคตสูง ก็มักมีการบริโภคในปัจจุบันสูงเช่นเดียวกัน
9.การเลียนแบบการบริโภค  เทคโนโลยีในการสื่อสารจะมีการเลียนแบบจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีเพราะว่าเสียเงินตราในการนำเข้าเพิ่มขึ้น
10.อุปนิสัยและรสนิยมของคนในชาติ เช่นประเทศญี่ปุ่นมีการออมมากจึงไม่มีประเทศไหนไปลงทุน ไม่มีการกระตุ้นการบริโภคทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายในการบริโภคต่ำมาก ส่งผลให้ GDP ของประเทศญี่ปุ่นต่ำ ภาวะเงินออมจึงสูงมาก

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองและบุคคลภายในครอบครัว แต่ละครอบครัวจะต้องต่อสู้กับชีวิตและความเป็นอยู่ภายในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่บางครอบครัวอาจขาดการดูแลเอาใจใส่ตนเองและบุคคลภายในครอบครัว เพราะเนื่องจากต้องออกหางาน  ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อหาเงินมาเลี้ยงบุคคลภายในครอบครัว ทำให้ไม่มีเวลาในการดูแลสุขภาพตนเอง ทำให้ตนเองมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น  การบริโภคอาหารสำเร็จรูป  การบริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บริโภคอาหารมากเกินไปและไม่รับประทานอาหารเป็นเวลา ทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

อาหารที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และไม่มีสารเคมีปนเปื้อน นั้นเป็นสิ่งต้องการของผู้บริโภคทุกคน ถึงแม้ระบบการบริโภคศึกษาของคนไทยได้มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในยุคใหม่ซึ่งเป็นยุคของสารสนเทศไร้พรมแดน ทำให้การเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนความรู้เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร มีความสะดวก รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และมีความถูกต้องน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาที่ยังคงต้องมีการปรับปรุง พัฒนา คือ พฤติกรรมการบริโภคที่ยังไม่ถูกต้อง เช่น ขาดการเอาใจใส่ วิถีชีวิตที่รีบเร่ง การพึ่งพาอาหารนอกบ้านมากขึ้น เช่นอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมบริโภค บรรจุในภาชนะต่างๆ เช่น กระป่อง ถุงพลาสติก กล่องโฟม การซื้ออาหารที่ผลิตจากโรงงานที่วางจำหน่ายในร้านค้าจึงควรพิจารณาดูฉลากอาหารทุกครั้ง บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคต้องเสี่ยงกับโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากกระบวนการเตรียม การปรุง การเก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ ของผู้ประกอบการ ร้านค้า รถเร่ แผงลอย หรือตามบาทวิถี มีโอกาสการปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตราย(Hazards)

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 “อาหาร” หมายถึง ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต ซึ่ง  ได้แก่
1. วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ หรือในรูปลักษณะใด ๆ แต่ไม่รวมถึงยา หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
2. วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร รวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สี และเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส

อาหารแบ่งออกตามลักษณะการควบคุมได้ 3 ประเภท ได้แก่
1. อาหารควบคุมเฉพาะ เป็นอาหารที่เราใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน จึงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หากผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพ อาหารประเภทนี้จึงต้องมีเลขทะเบียน อย. เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำมันและไขมัน น้ำแข็ง เป็นต้น
2. อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ต้องมีเลขทะเบียนเช่นกัน เช่น ช็อกโกแลต ไข่เยี่ยวม้า ข้าวเสริมวิตามิน เป็นต้น

                3.อาหารที่กำหนดให้แสดงฉลากโดยกำหนดข้อความรายละเอียดที่ต้องแจ้งบนฉลาก เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ มี 2 กลุ่ม ได้แก่
– กลุ่มแรก อาหารที่ต้องส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณาอนุญาตก่อนนำไปใช้ ต้องมีเลขทะเบียน อย. เช่น วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี น้ำเกลือปรุงอาหาร หมากฝรั่งและลูกอม
– กลุ่มที่สอง อาหารที่ไม่ต้องส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา แต่ต้องแสดงข้อความตามที่ อย.กำหนด มี 3 ชนิด คือ
1) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (ได้แก่ ลูกชิ้น ไส้กรอก แหนม หมูยอ กุนเชียง)
2) อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที
3) อาหารพร้อมปรุง

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

              การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้บุคคลนั้นประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ อาทิเช่น ด้านการศึกษา ด้านการทำงาน เป็นต้น เนื่องจากผู้มีสุขภาพแข็งแรงจะมีความสามารถทางร่างกาย จิตใจ และเวลามากกว่าคนที่ไม่แข็งแรง  จึงอาจจะกล่าวได้ว่า การมีสุขภาพดีนั้นเป็นเรื่องที่คนทุกคนปรารถนา ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า “ อโรคา ปรมา ลาภา”  ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ  ซึ่งการที่เราจะมีสุขภาพที่ได้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการขอพรจากสิ่งศักดิ์ แต่เราทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง คือการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง เช่น การพักผ่อนที่เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น โดยเฉพาะการออกกำลังกายนั้นเป็นทั้งยาป้องกันโรค ยารักษาโรค และยาบำรุงอย่างดีที่ไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากไปหาซื้อ ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อคนทุกเพศทุกวัย

                การออกกำลังกาย หมายถึง การประกอบกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้ร่างกายหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายเกิดการเคลื่อนไหว และมีผลให้ระบบต่างๆ ของร่างกายเกิดความสมบูรณ์ แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มนัส  ยอดคำ, 2548, หน้า 49) ในการออกกำลังกายต้องออกกำลังกายอย่างถูกต้อง ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ และการฝึกกีฬาจึงจะเกิดประโยชน์ ซึ่งประโยชน์ของการออกกำลังกายสามารถแบ่งได้ดังนี้
1. ด้านร่างกาย
2. ด้านจิตใจ
3. ด้านสติปัญญา
4. ด้านสังคม

ภาพที่ 1 ประโยชน์ของการออกกำลังกาย

1. ด้านร่างกาย การออกกำลังกายจะทำให้อวัยวะและระบบต่างๆ ของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ดังนี้
                                1.1 ระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อจะมีการเจริญเติบโตขึ้น ทำให้ขนาดของเส้นใยกล้ามเนื้อขยายใหญ่ขึ้น (Hypertrophy) และเป็นการเพิ่มความสามารถในการออกแรงด้วย ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อจะทำงานได้นานขึ้น เนื่องจากมีการใช้ออกซิเจนน้อยกว่า
                                1.2 ระบบโครงร่าง ในขณะออกกำลังกายกระดูกจะถูกดึง ถูกบีบจากแรงกล้ามเนื้อ ซึ่งจะกระตุ้นให้กระดูกมีการเจริญขึ้น ทั้งความกว้าง ความใหญ่ ความหนา และข้อต่อก็จะมีการเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับการทำงาน
1.3 ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ การออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1  ประโยชน์ของการออกกำลังกายที่มีต่อระบบไหวเวียนโลหิตและระบบหายใจ

ระบบไหลเวียนโลหิต

ระบบหายใจ

1. กล้ามเนื้อหัวใจมีขนาดเพิ่มขึ้น 1. ความสามารถในการจับออกซิเจนของร่างกาย(Maximum Oxygen uptake) มีค่าเพิ่มขึ้น
2. อัตราการเต้นของชีพจรในขณะพักลดลง รวมทั้งอัตราการเต้นของชีพจรขณะออกกำลังกายต่ำกว่าระดับสูงสุดช้าลง 2. การหายใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. การเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง และฮีโมโกบิน 3. ความจุชีพ(Vital capacity) เพิ่มขึ้น
4. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด 4. ทรวงอกขยายใหญ่ขึ้น กล้ามเนื้อที่เกี่ยวกับการหายใจแข็งแรงขึ้น ความยืดหยุ่นของปอดเพิ่มขึ้น
5. เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจขณะพัก คือ อัตราการเต้นของหัวใจต่ำลง 5. ลดอันตรายของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต

                2. ด้านจิตใจ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะผลทำให้เป็นคนที่มีบุคลิกที่มั่นคงสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีสามารถปรับตัวเมื่อได้รับความเครียดได้ดี มีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ที่ในระดับดี

                3. ด้านสติปัญญา นอกจากการออกกำลังกายมีผลต่อด้านจิตใจแล้ว ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะมีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความสามารถในการคิดอย่างสร้างสรรค์
มีความสามารถในการเรียนรู้ มีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับเหตุการณ์ต่างๆได้ดี
4. ด้านสังคม การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความมีวุฒิภาวะทางสังคม มีความฉลาดทางสังคม เนื่องการออกำลังกายเป็นกิจกกรมที่ส่งเสริมให้คนมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น จนนำไปสู่การพัฒนาทักษะทางสังคมที่ดี

องค์ประกอบพื้นฐานในการออกกำลังกาย
1.การอบอุ่นร่างกาย (Warm-up)  ช่วงเวลาของการอบอุ่นร่างกายควรทำการออกกำลังกาย การอบอุ่นร่างกายจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย ความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ และความอ่อนตัว การอบอุ่นร่างกายช่วยป้องกันการบาดเจ็บและการปวดของกล้ามเนื้อ ในการอบอุ่นร่างกายมีข้อปฏิบัติดังนี้
– ทำการอบอุ่นรางกายเป็นเวลา10 -15 นาที
– ทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและข้อต่อสามารถทำงานได้เต็มช่วงของการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะๆ ละกิจกรรมอื่นๆที่ใช้ในการอบอุ่นร่างกาย
– ทำการอบอุ่นทั้งร่างกายโดยเฉพาะกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกาย
– การอบอุ่นต้องเริ่มการอย่างช้าให้ระบบไหลเวียนและระบบหายใจค่อยๆเพิ่มขึ้น
2. ช่วงของการออกกำลังกายหรือการปฏิบัติกิจกรรม (Workout/Activity) หลังจากที่ทำการอบอุ่นร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเริ่มการออกกำลังกายควรเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมโดยที่ร่างกายต้องเคลื่อนไหวได้อย่างมีอิสระและปลอดภัย ข้อปฏิบัติในช่วงนี้มีดังนี้
– ปฏิบัติเป็นเวลา 30 นาทีถึง 60 นาที
– ปฏิบัติกิจกรรมตามความต้องการที่จะพัฒนาส่วนประกอบต่างๆ เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอดทนของกล้ามเนื้อ  ความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ และความอ่อนตัว
– ปฏิบัติตามความต้องการของแต่ละบุคคล
– เลือกงานและช่วงเวลาพักขณะการออกกำลังกาย
– สำหรับผู้เริ่มออกกำลังกาย ให้เพิ่มระยะเวลาในการออกำลังกายแบบมีช่วงพัก และรักษาความหนักของงานให้คงที่
3. การคลายอุ่น (Cool-Down) หลังจากการออกกำลังกายอย่างหนักการคลายอุ่นเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ในช่วงของการคลายอุ่นมีประสิทธิภาพในการป้องการการบาดเจ็บที่ดีกว่าในช่วงการอบอุ่นร่างกาย ข้อปฏิบัติในช่วงนี้ มีดังนี้
– ปฏิบัติเป็นเวลา 5 – 10 นาทีหลังจากการออกกำลังกาย
– ทำให้มีการพักผ่อนตามรูปแบบการออกกำลังกาย
– กิจกรรมที่ทำประกอบด้วย การเดินช้า การวิ่งเหยาะๆ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
– ตรวจสอบการเต้นของชีพจรขณะร่างกายฟื้นตัว

วิธีกิน ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตอย่างนักกีฬาโอลิมปิก

เชื่อหรือไม่ว่าอีกแค่หกเดือนก็จะเข้าสู่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2016 แล้ว หากคุณรู้สึกว่าพิธีปิดที่ลอนดอนเหมือนเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เอง งั้นลองคิดสิว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรหากคุณคือ นาตาลี คอฟลิน นักกีฬาว่ายน้ำชาวอเมริกันและเจ้าของเหรียญโอลิมปิก 12 รางวัลซึ่งได้รับเหรียญรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิก เอาล่ะนี่คือเคล็ดลับการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตกับหน้าที่การงาน รวมถึงวิธีออกกำลังกายอย่างมีสีสัน งานอดิเรก และสูตรเครื่องดื่มสมู้ทตี้เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของตัวเอง

 

เหตุผลที่คุณควรว่ายน้ำ

การออกกำลังกายแนวใหม่นั้นน่าสนุกจะตาย เช่น การฝึกโยคะแมวหรือไพล็อกซิ่ง ส่วนการว่ายน้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมไม่กี่อย่างที่คุณสามารถทำได้ในทุกช่วงอายุ นาตาลีเริ่มว่ายน้ำครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 8 เดือนเท่านั้น คุณสามารถทำได้ดีขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้นแม้แต่ในช่วงเวลาที่ตั้งครรภ์ ขณะที่ผู้สูงอายุก็สามารถว่ายน้ำกับหลานๆได้ หากคุณไม่อยากว่ายน้ำ นาตาลีแนะนำว่าลองพิจารณาวิธีอื่นๆที่จะช่วยทำให้การว่ายน้ำมีชีวิตชีวามากขึ้น เช่น แพดเดิลบอร์ดหรือกระดานพาย รวมถึงการฝึกโยคะหรือเต้นซุมบ้าในน้ำ และปั่นจักรยานในน้ำ บอกเลยว่ามันสนุกมากและแตกต่างจริงๆ!

 

วิธีสร้างแรงผลักดันให้อยู่ตลอดทั้ง 4 ปี

Photo via Speedo

อาการบาดเจ็บหรือการพ่ายแพ้จากการแข่งขันคือตัวทดสอบความอดทนของนักกีฬาโดยเฉพาะเมื่อมีการแข่งขันในอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนข้างหน้า การล้างพิษด้วยน้ำผักผลไม้อาจช่วยได้ แต่ถ้าเป็นตลอดระยะเวลา 4 ปีล่ะ? คุณจะตั้งเป้าเพื่อจุดมุ่งหมายนานถึง 4 ปีได้อย่างไร? กุญแจสำคัญในการรักษาความมุ่งมั่นคือความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ นาตาลีเล่าว่าเพื่อนของเธอหลายคนมีงานประจำและพวกเขาต้องหาวิธีออกกำลังกายให้สอดคล้องกับตารางงานของพวกเขา ขณะที่เธอก็ต้องออกกำลังกายให้เหมือนกับเป็นงานประจำของตัวเอง “การดูแลร่างกายของตัวเองเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากและมันคงไม่แข็งแรงไปตลอด ดังนั้นฉันจะลิ้มรสทุกช่วงเวลาให้คุ้มค่า”

 

หาเวลาทำงานอดิเรก

Photo via @nataliecoughlin

การอยู่ในสระว่ายน้ำตลอด 24 ชั่วโมงอาจทำให้นิ้วมือของนาตาลีแห้งเหี่ยวคล้ายกับลูกพรุน ดังนั้นเธอควรรักษาความสมดุลให้กับกิจกรรมทั้งหมด นอกเหนือจากการวิ่ง การฝึกโยคะ และการยกน้ำหนักแล้ว สาวอีสต์เบย์คนนี้ยังชอบพาสุนัข 2 ตัวของเธอไปเดินป่ารอบๆอ่างเก็บน้ำลาฟาแยต หรือไม่ก็ไปโต้คลื่นที่แปซิฟิกากับเพื่อนๆ และในช่วงที่ไม่ได้ออกกำลังกายนาตาลีมักจะทำอาหารด้วยวัตถุดิบที่มาจากสวนและไก่ของเธอเอง เธอชอบจัดสวนสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนเนื่องจากไม่สิ้นเปลืองน้ำและเต็มไปด้วยพืชพรรณหลากสีสันแถมยังดีต่อสุขภาพด้วย เช่น ทับทิม สับปะรดฝรั่ง พืชตระกูลซิตรัส ต้นมะเดื่อ และพืชผักสีเขียวจำนวนมาก นอกจากนี้นาตาลียังมีแผนเพาะเลี้ยงผึ้งเป็นงานอดิเรกเพิ่มเติมด้วย

 

รับประทานอย่างกับนักกีฬาโอลิมปิก

นาตาลีเป็นคนที่รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม เธอจะไม่รับประทานอาหารมากเกินไปหรือเข้มงวดมากเกินไป และหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น น้ำตาลและไขมันทรานส์ เธอจะมุ่งเน้นไปที่โปรตีนทั้งในอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวันและมื้อเย็น รวมทั้งขนมด้วย เช่น อัลมอนด์ ไข่ต้ม โยเกิร์ต สำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ