คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคมทั่วไป

อุบัติเหตุชนกันสนั่น 4 คันรวด บาดเจ็บเพียบ เสียชีวิต 2

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ทะเมนชัย ของจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการแจ้งจากประชาชนเข้ามาว่า ที่ถนนสายบุรีรัมย์ – ลำปลายมาศ ได้มีการเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่เกิดขึ้น โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้พบรถปิ๊กอัพสีฟ้ออ่อน ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถของเทศบาลทะเมนชัย มีสภาพตัวรถหงายท้องขวางถนนอยู่ และพบว่าคนขับรถได้เสียชีวิตและมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ซึ่งเป็นคนที่นั่งด้านข้างคนขับ โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องให้เลื่อยมาตัดเหล็กออกเพื่อช่วยเหลือคนเจ็บให้สามารถนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลได้ จุดต่อมาพบรถยนต์ ฮอนด้าสีดำ สภาพรถพังเสียหาย และคนขับรถได้เสียชีวิตเพราะร่างกายกระเด็นออกมานอกตัวรถ และที่สำคัญชิ้นส่วนของรถเก๋งกระจัดกระจายเต็มท้องถนน ใกล้ใกล้กับรถเก๋งพบว่ามีกระปิ๊กอัพ สีเทาอีกคัน ซึ่งจากสภาพของรถแล้วน่าจะเป็นรถส่งของ ใกล้กับปิ๊กอัพสีเทา มีปิ๊กอัพสีฟ้าอ่อนอยู่คู่กันด้วย  ซึ่งรถคันนี้เป็นรถที่รับติดตั้งอินเตอร์เน็ตของบริษัทหนึ่ง

โดยรถทั้งสองคันไถลมาตกอยู่ตรงข้างถนน และตรวจสอบพบว่าคนขับรถทั้งสองคันบาดเจ็บเล็กน้อย จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำแผล และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีรถเสียหายทั้งหมด 4 คันและมีคนเสียชีวิตรวม 2 คนบาดเจ็บสาหัส 1 คนและบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 3 คน

ซึ่ง่จากการสอบถามคนทีรอดชีวิตพบว่า รถปิ๊กอัพทั้ง 3 คันได้ขับตามกันมาบนท้องถนนโดยมีรถของเทศบาลขับนำอยู่ด้านหน้า แต่พอมาถึงจุดที่เกิดเหตุรถเก๋งคันสีดำซึ่งอยู่เลนได้ฝั่งตรงข้ามและมีการขับรถมาด้วยความเร็วสูง มีการขับแซงรถของฝั่งทางรถเก๋งขึ้นมาแต่กลับเข้าเลนไม่ได้จึงได้มาประสานงานกับรถของเทศบาล และทำให้รถที่ขับตามมาข้างหลังได้รับความเสียหายไปด้วย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นความประมาทในการขับรถของ คนขับรถเก๋งที่พยายามจะแซงแล้วแซงไม่พ้นทำให้ประสานงานกับรถที่เขาขับมาอีกเลน ซึ่งพวกเขาก็ขับกันมาดีดี แต่ต้องมาเจอกับอุบัติเหตุอย่างไม่คาดคิดมาก่อนและทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยคนทีขับรถเก๋งเองก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่ง เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ของใครหลายหลายคนในการขับรถบนท้องถนนให้มีความระมัดระวัง ไม่ต้องรีบขับรถเร็วจนเกินไปและหากจะแซงควรมองทางให้แน่ใจก่อนว่าจะแซงพ้น ทางที่ดี ควรไม่มีรถวิ่งอีกเลนจะดีกว่าถึงค่อยแซง เพราะอุบัติเหตุหากเกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้แล้ว

 

สนับสนุนโดย  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

ความสวยงามจากภายใน

ความสวยงามของผู้หญิงนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามทั้งทางหน้าตา รูปร่างเป็นต้น และสิ่งที่คนเราสมัยนี้นั้นมองข้ามไปในเรื่องความสวยความงามของผู้หญิงนั้นก็คือ ความสวยงามที่มีความสวยงามมากจากภายในนั่นเอง ความสวยงามจากภายในนั้นก็คือความสวยงามทางด้านจิตใจนั่นเอง ความสวยงามทางด้านจิตนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่คนเราในยุคนี้มองข้ามอย่างมาก เพราะมัวแต่สนใจและมองเพียงสิ่งที่อยู่ภายนอกก็คือหน้าตาที่สวยงามนั่นเอง 

ความสวยงามจากภายในของผู้หญิงก็คือศิลปะที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความคิดหรือจิตใต้สำนึกของผู้หญิงคนหนึ่งนั่นเอง และสำหรับคนที่มีความสวยงามที่ภายในแล้วนั้นจะถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดีเลยทีเดียว เพราะถึงแม้ว่าต่อให้คุณนั้นจะสวยงามที่ภายนอกหรือรูปร่างหน้าตามากเพียงใดแต่ถ้าหาดภายในจิตใจนั้นไม่สวยงามหรือเป็นคนที่มีทัศนคติที่ไม่ดีนั้นก็อาจจะทำให้คุณเป็นคนที่ไม่คบหรืออาจจะถือว่าเป็นคนที่ไม่มีเสน่ห์ในเรื่องของความสวยทางจิตใจนั่นเอง

ความสวยงามจากภายในจิตใจนั้นจึงจัดเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ผู้หญิงจะสามารถแสดงออกมาใหผู้คนภายนอกรับรู้ได้โดยการพูดคุยสื่อสารกับตนเหล่านั้นนั่นเอง และคนเหล่านี้ส่วนมากจะค่อนข้างเป็นคนฉลาดและมักมีความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นๆด้วย เพราะการแสดงออกที่แสงออกมาถึงความจริงใจนั่นเองและคนประเภทนี้นั้นก็มักจะมีความเป็นศิลปินในตัวสูงมาก เพราะด้วยจิตใจที่มีความสวยงาม จึงส่งไปถึงความคิดและทัศนคติที่มีความเป็นศิลปินด้วยนั่นเอง ไม่ได้บอกเพียงว่าความพิเศษในความงามจากภายในนั้นจาจากคนที่ไม่ได้สวยงามจากภายนอกเท่านั้นแต่ก็ยังรวมไปถึงคนที่สวยงามทั้งภายนอกและภายในก็ถือว่าคนเหล่านี้นั้นมีทั้งศิลปะภายในจิตใจและศิลปะภายนอกจิตใจด้วยนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อเราเกิดมามีจิตใจที่สวยงามแล้วเราก็ควรเอาสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดไปยังคนอื่นๆให้คนอื่นๆได้รับรู้ว่าเรานั้นมีความสวยงามจากภายในจิตใจนั่นเองและสิ่งเหล่านี้นั้นยังสามารถช่วยทำให้เราได้ไปเจอผู้คนมากมายที่ทัศนคติที่ดีหรือมีความงามจากภายในแบบเรานั่นเอง อย่างคำที่มีคนกล่าวว่า ทัศนคติที่ดีนั้น

จะพาเราไปอยู่ในที่ดีดีนั่นเอง เมื่อเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ภายในตัวเราแล้วนั้นเราจงนำสิ่งเหล่านี้ออกมาใช้ และสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่มีเสน่ห์สำหรับตัวเราเพียงเท่านั้นแต่ยังเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูคนรอบข้างให้เราเจอคนดีดีได้อีกด้วยนั่นเอง บางครั้งศิลปะก็ไม่จำเป็นต้อมาจากการวาดเขียนระบายสีเพียงเท่านั้น แต่ความสวยงามภายในจิตใจของผู้หญิงนี่แหละก็คือศิลปะที่งดงามอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  Holiday Palace

ข่าวดังในตอนนี้ลูกฆ่าแม่

ในขณะนี้ข่าวที่ลูกนั้นฆ่าแม่นั้นออกข่าวทั่วทุกช่องเลยต่างคนก็วิเคราะห์ต่างๆนาๆว่ากันไป ในตอนนี้ประชาชนนั้นก็หันมาสนใจในข่าวนี้กันว่าเขาฆ่าและหั่นศพได้อย่างไร ทำคนเดียวจริงๆหรอ

เมื่อเราพูดถึงคดีฆ่าหั่นศพนั้นโดยแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ ได้กล่าวไว้ว่า การฆ่าหั่นศพนั้นสามมารถทำคนเดียวได้แต่ต้องขึ้นอยู่กับหุ่นและรูปร่างของคนที่หั่นและศพที่ถูกหั่น ถ้าคนที่ถูกหั่นนั้นเขาตัวเล็กก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าคนที่ถูกหั่นนั้นเขาตัวใหญ่ก็ต้องลงมือหั่นนั้นลำบากหน่อย เพราะต้องลงมือกับร่างที่ใหญ่ 

แต่ถ้าการลงมือนั้นสามารถทำคนเดี่ยวได้เหมือนกับคดีอื่นๆที่เคยเป็นข่าวผ่านมา ส่วนการที่ลูกนั้นฆ่าหั่นแม่นั้นต้องมีความชำนาญมากหรือไม่นั้นคุณหญิงพรทิพย์กล่าวไว้ว่าไม่จำเป็นเพราะการหั่นนั้นเราแค่ต้องการที่จะทำลายศพ จึงไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์นั้นกล่าวไว้และไม่ต้องมีความจำเป็นเกี่ยวกับการณ์ที่ต้องมีความรู้เกี่ยวกับทางด้านนี้ก็ได้ 

ในตอนนี้ประชาชนนั้นมุ้งดูการที่คดีนี้จะจบลงแบบไหน เพราะเป็นข่าวที่ประชาชนนั้นให้ความสนใจกับข่าวนี้อย่างมาก เพราะต่างคนก็พูดว่าทำได้อย่างไรนั่นแม่ตัวเอง ต้องโกรดกับแม่นั้นมากน้อยแค่ไหนถึงจะทำได้ แค่ฆ่าให้ตายนั้นว่าบาปกรรมอยู่แล้ว แต่นี่ทั้งฆ่าแล้วก็หั่นชำแหล่ะ อีก แถมเอาไปแช่ในตู้เย็นอีกต้องมีจิตใจที่กล้ามากแค่ไหน 

แล้วตอนนี้ก็ประชาชนต่างตั้งข้อว่าทางเจ้าหน้าที่จะทำอย่างไรกับข่าวนี้ หรือปิดความจริงไม่ให้ประชนนั้นรู้   และนี่คือภาพสะท้อนว่าการประชาชนนั้นไม่ไว้ใจในการที่สอบสวนของไทย และก็ประชาชนนั้นไม่ไว้ใจกระบวนการยุติธรรมของไทย จึงทำให้ประชนนั้นต้องหาความเป็นจริงกันเอง 

เพราะเป็นข่าวที่ประชนนั้นให้ความสนใจ ดังนั้นเราต้องหาข่าวที่ประชนนั้นให้ความไว้ใจ ในความยุติธรรม   ดังนั้น ใครที่มีหน้าที่ต้องดูแลความในคดีนี้ ต้องหาความเป็นจริงและความยุติธรรมแก่ประชาชนที่ต้องการความเป็นธรรมแล้วก็ความเป็นจริง ดังนั้นใครที่มีการดูแลรับผิดชอบนั้นต้องทำให้ประชาชนนั้นเชื่อมั่นในการยุติธรรม 

ว่าทางที่ดูแลคดีนี้ให้ความที่ต้องดูแลอย่างไร แล้วต้องทำอย่างไรให้ประชนนั้นไว้เนื้อเชื่อใจว่าเราทำงานอย่างตรงไปตรงมา และก็ทำงานกันอย่างจริงจัง แล้วข่าวนี้มีประชาชนตั้งคำถามในความที่ข้องใจ  หลายอย่าง ว่าคดีนี้มีความเงื่อมงำ มีอะไรที่น่าพบจุดที่ต้องสงสัยอีกหลายที่

 

สนับสนุนโดย  ดูบอล

หน้ากากอนายมัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

นอกจากผิวหน้า ฝุ่น PM 2.5 ยังทำลายผิวหนังบริเวณอื่น ๆของร่างกาย ข้อพับก็สามารถก็สามารถเกิดผื่นแดง คัน ได้ด้วยเช่นกัน และผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนัง อาทิ เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สะเก็ดเงิน ฯลฯ

ยิ่งต้องควรดูแลตนเองมากเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงออกไปบริเวณที่มี PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณมาก แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ อาทิ เช่น หน้ากากอนามัยรุ่น N95 เป็นต้น

หน้ากากอนายมัยที่สามารถป้องกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้

  • หน้ากากอนามัยรุ่น N95 สามารถกรองฝุ่นละอองทั่วไป และ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นถึง 99.59%
  • หน้ากากอนามัยรุ่น R95 เป็นหน้ากากกรองอนุภาคสำหรับงานพ่นสี และกันกลิ่น สามารถกรองฝุ่นละออง และฟูมโลหะได้ที่ 0.3 ไมครอน รวมไปถึงกลิ่นสี และไอของสารระเหยได้ มีประสิทธิภาพในการกรองมากถึง 95%
  • หน้ากากอนามัยแบบกรองอนุภาคเส้นใยไฟฟ้าสถิต สามารถกรองฝุ่นละออง และฟูมโลหะได้ที่ 0.3 ไมครอน
  • หน้ากากอนายมัยกันฝุ่นละออง ที่ระบุว่าสามารถกัน PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 

คณะสาธารณะสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการทดลองประสิทธิภาพของหน้ากากกันฝุ่นละอองแบบธรรมดา โดยใช้เครื่อง Koken รุ่น MT-03 ในการทดสอบ ผลการทดสอบปรากฏว่า

  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 66.37%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดาซ้อนกันจำนวน 2 ชิ้น มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 89.75%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น และกระดาษทิชชู 1 แผ่นพับครึ่ง มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 98.05%
  • หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา 1 ชิ้น และกระดาษทิชชู 2 แผ่นพับครึ่ง มีประสิทธิภาพในการกรอง PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กประมาณ 67.04%

มีงานวิจัยว่า PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก สามารถส่งผลกระทบต่อผิวหนังโดยตรงโดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้

  1. ผลกระทบระยะเฉียบพลัน สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังกำพร้า ทำให้เกิดอาการอักเสบของผิวหนัง ทำลายโปรตีน Filaggrin ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันการระคายเคือง และการอักเสบของผิวหนัง
  2. ผลกระทบระยะเรื้อรัง ในระยะยาว พบว่า PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่สามารถส่งผลร้ายต่อเซลล์ผิวหนัง ทั้งในกระบวนการการสร้างเซลล์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะความชราของผิวหนังหรือผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดจุดด่างดำบนชั้นผิวหนัง และลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิวหนัง

ความเข้มข้นของ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพียงแค่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็สามารถกระตุ้นการอักเสบของผิวหนังได้แล้ว และระยะเวลาในการสัมผัสกับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ 2 ชั่วโมงขึ้นไป เซลล์ผิวหนังจะถูกทำลายเป็นอย่างมาก แต่จากผลการวิจัย หากไม่เกิน 2 ชั่วโมง ไม่พบการเปลี่ยนแปลงใด ๆต่อผิวหนัง

พ.ญ. นิโลบล เจริญวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และความงาม จึงแนะนำวิธีการดูแลสุขภาพผิวในสถานการณ์ PM 2.5 ไว้ว่า เมื่อต้องออกมาเผชิญกับ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยตรง เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบอาบน้ำ ชำระล้างผิวให้สะอาด และทาครีมบำรุงผิวกายหลังอาบน้ำ สำหรับผู้ที่แต่งหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางบนผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว Cleansing water

เพราะมีความอ่อนโยนต่อผิวหน้า สามารถล้างคราบเครื่องสำอาง ดูดจับฝุ่นละอองที่ติดอยู่บนผิวหน้า และสิ่งอุดตันในรูขุมขน โดยควรเช็ดจนมั่นใจว่าผิวหน้าสะอาด หลังจากนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว โดยการล้างหน้าตามแนวรูขุมขน และควรล้างอย่างเบามือ 2 รอบ หรือเทคนิค Double Cleansing ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

โดยการล้างรอบแรกเพื่อขจัดความมันบนผิวหน้า และการล้างรอบที่สองเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกข้างอยู่บนผิวหน้า เมื่อเสร็จแล้วควรใช้โทนเนอร์หรือน้ำเกลือในการเช็ดหน้าอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผิวหน้าสะอาด ปราศจากฝุ่น และสิ่งตกค้าง นอกจากนี้ยังเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อยู่บนผิวหน้า

และเป็นการเตรียมผิวหน้าเพื่อรอรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอีกด้วย และควร Scrub ผิวหน้าเพื่อกระตุ้นการผลัดเปลี่ยนของเซลล์ผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถดูแลผิวของเราในสถานการณ์ PM 2.5 ได้แล้ว

นอกจากจะดูแลผิวภายนอกแล้ว ยังควรดูแลผิวจากภายใน เพราะผิวภายนอกจะดี และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นได้ถ้าได้รับการบำรุงจากภายในด้วย โดยการดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 2 ลิตร เพื่อช่วย Detox ล้างสิ่งตกค้างที่อยู่ภายในร่างกาย และยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำอีกด้วย และควรทานผักผลไม้ที่ให้วิตามิน C จำพวก ฝรั่ง กีวี มะขามป้อม ส้มโอ มะละกอสุก มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ฯลฯ

ด้วยคุณประโยชน์จากวิตามิน C จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยขับสารพิษ และสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย บรรเทาอาการภูมิแพ้ และทำให้ปอดแข็งแรงขึ้นอีกด้วย และนอกจากนี้ก็ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ควรออกกำลังกายในที่ร่ม เพราะการออกกำลังกายกลางแจ้งในสถานการณ์ PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้น เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับร่างกาย เนื่องจากทำให้สูดเอา PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปมากกว่าปกติ และที่สำคัญควรพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อสุขภาพที่ดีอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลดแอพ UFABET

สื่อสารมวลชนประเทศไทยไร้จรรยาบรรณ

เมื่อไม่นานมานี้ซึ่งถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์สุดช็อคของประเทศไทย โศกนาฏกรรม ความสูญเสียที่เกิดขึ้น คือ ยิงกราดเมืองโคราช เชื่อว่าหลายๆคนคงจะทราบข่าวนี้กันเป็นอย่างดี ต้องขอกล่าวแสดงความเสียต่อผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่จากหลากหลายหน่วยงานที่เสียสละอีกครั้ง

ตอนนี้เหตุการณ์ก็ได้จบแล้ว คนร้ายถูกวิสามัญไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้เหลือแค่เพียงการนำเสนอข่าว พูดถึงการนำเสนอข่าวแล้ว หากใครที่ได้ติดตามข่าวนี้จากโซเชียลมิเดีย จะเห็นได้ว่าผู้คนในสื่อโซเชียลมิเดียนั้นได้รุมด่าว่ากราดสื่อที่นำเสนอข่าวนี้

หากถามว่าเพราะเหตุใด นั้นอาจจะเป็นเพราะสื่อแต่ละช่องมีความไร้จรรยาบรรณต่อหน้าที่ หลายคนคงอาจจะกำลังสงสัยว่าสื่อเหล่านั้นทำอะไรบ้าง เดี๋ยวจะมาพูดถึงสื่อที่เป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้

  • สื่อช่อง ONE 31 ได้มีการรายงานถ่ายทอดสดว่า หากต้องการที่จะเห็นกองกำลัง หรือ เห็นโดยรอบของพื้นที่Terminal21 เมืองโคราช ก็จะต้องขึ้นไปบนหอคอยสังเกตการณ์ และในภายหลังเวลาต่อได้มีรายงานออกมาว่าผู้ร้ายได้ทำการขึ้นไปยังหอคอยจริงๆ
  • สื่อช่อง ไทยรัฐ ได้มีการรายงานถ่ายทอดสดโดยรายงานถึง การวางแผนของเจ้าหน้า และ ได้พูดถึงตำแหน่งต่างๆของกองกำลังแต่ละหน่วยงานว่าอยู่ตรงจุดไหน ซึ่งทำให้เห็นว่าผู้ร้ายจะทราบถึงตำแหน่งและแผนของเจ้าหน้าที่ แต่มีการไหวตัวทัน
  • สื่อช่อง อมรินทร์ ได้ทำการต่อสารโทรศัพท์ไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตรายหนึ่ง ซึ่งบุคคลภายในครอบครัวยังไม่มีใครทราบข่าวการเสียชีวิตครั้งนี้ ไม่เพียงแค่โทรศัพท์ไปแจ้งข่าว แต่ยังต้องการพูดคุยและสัมภาษณ์ต่อ เป็นเหตุที่ว่าหน้าที่นี้ไม่ควรจะเป็นสื่อที่โทรศัพท์ไปแจ้ง

จากเหตุการณ์ทั้งหมดของการกระทำของสื่อแต่ละช่อง ทำให้ผู้คนในโซเชียลมิเดียแห่กันไปด่า ซึ่งหลักๆแล้วก็คือ การที่สื่อในไม่มีจรรยาบรรณของการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ขออนุญาตยกตัวอย่างงานวิจัยเรื่องสื่อของอเมริกาที่กล่าวว่า สื่อเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า จะทำให้เหตุการณ์กราดยิงนั้นเพิ่มมากขึ้นหรือลดลงน้อยลง

เพราะความผิดพลาดของสื่อเมริกาที่ทำมาแล้วนั้นก็ไม่ได้ต่างจากของไทยในตอนนี้ หากจะพูดว่าไทยไม่ค่อยมีเหตุการณ์แบบนี้ก็คงจะไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะถึงอย่างไรแล้ว ถ้าหากสื่อคำนึกถึงจรรยาบรรณของวงการสื่อสารมวลชนเอาไว้อย่างนี้ เหตุการณ์การนำเสนอข่าวอย่างที่ได้กล่าวไปคงจะไม่เกิดขึ้น

แต่ก็ยังคงมีสื่อบางช่องที่นำเสนอข่าวได้อย่างตรงไปตรงมา และปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม ซึ่งผู้คนในโซเชียลมิเดียก็ต่างพากันชื่นชม และพยายามที่จะเรียกร้องไปถึงสื่อที่รายงานข่าว นำเสนอข้อมูลที่ไม่เหมาะสม ให้มีการปฏิรูปของงานด้านสื่อสารมวลชนเสียใหม่หมด เพื่อจะได้ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกครั้ง

ตำรวจ

ตำรวจคือคนที่เรียนกฎหมายหรือคนที่อยากจะป้องบ้านเมืองหรือประเทศให้มีความสงบสุขหรือทำให้ทุกคนอยู่อย่างปลอดภัย ตำรวจนั้นจำเป็นจะต้องเรียนหรือศึกษาเพื่อที่จะมารับตำแหน่ง ตำรวจนั้นจะมีการรับราชกาลเพื่อที่จะได้มีการเลื่อนยศ

หากมีตำแหน่งที่สูงๆกว่าจะสามารถสั่งตำรวจที่มีตำแหน่งต่ำกว่าตัวเองได้และยังสามารถสั่งให้ย้ายไปที่ที่ท้องที่นั้นๆหรือเห็นสมควรว่าควรได้รับโอกาสเพื่อรับใช้ประชาชนและยังได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นไปหรือยศขึ้นนั่นเอง ตำรวจนั้นจะรู้กฎหมายเยอะเพราะว่าเขาเรียนมาในสายที่ตัวเองต้องรู้กฎหมายต่างๆที่ได้ถูกกำหนดให้ผู้คนได้รู้กฎหมายหรือตักเตือนว่าสิ่งที่ทำถูกหรือผิดนั่นเอง

คนที่กระทำความผิดนั้นจะมีโทษหนักหรือเบาตามที่กฎหมายได้ระบุไว้นานแล้ว กฎหมายได้ถูกตั้งขึ้นมามากมาย อีกทั้งยังทำให้คนอื่นๆไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่ผิดเพื่อป้องกันความปลอดภัยของทุกๆคน ตำรวจนั้นมีทั้งดีและไม่ดีการที่ตำรวจนั้นได้ใช้ตำแหน่งหรืออำนาจในทางที่ผิดเพื่อให้ตัวเองได้เงินทองหรือสิ่งของต่างๆที่คนคนนั้นเสนอมา ถ้าตำรวจกระทำความผิดนั้นก็ต้องโดนจับหรือจำคุกอยู่ดีถึงจะเป็นตำรวจก็ไม่ถูกยกเว้น กฎหมายสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนได้ทำตามที่กำหนดไว้

เพื่อจะได้มีความเท่าเทียมในสังคมแต่คนรวยส่วนมากจะใช้เงินเป็นการปิดปากพวกตำรวจที่ไม่ดีเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ผิดหรือไม่ต้องถูกจำคุก ส่วนตำรวจที่ดีนั้นต่อให้คนรวยจะมีตังสักเท่าไหร่เขาก็ไม่สนใจเขาทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือทำให้ชาวบ้านได้รับความปลอดภัย ตำรวจแบบนี้นั้นชาวบ้านจะรักหรือชอบเป็นพิเศษเพราะพวกเขาได้รับใช้ประชาชนเพราะเงินเดือนที่พวกเขาได้นั้นเป็นเงินจากประชาชนนั่นเอง

คนที่จะสามารถมาเป็นตำรวจได้นั้นจำเป็นจะต้องเข้าฝึกหรือเรียนในหลักสูตรตำรวจ การที่จะเป็นตำรวจจะต้องเรียนโรงเรียนเฉพาะที่ตำรวจได้สร้างขึ้นมาเท่านั้น ตำรวจได้มีหลายสายงานจะมีทั้งนั่งทำเอกสารต่างๆหรือสายที่เฉพาะเพื่อที่จะไปทำหน้าที่ต่างๆที่ตัวเองได้เรียนมา

การที่รู้กฎหมายนั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นตำรวจเสมอไปกฎหมายมีมากมายตำรวจจะรู้เฉพาะที่ตัวเองได้เรียนสายนั้นๆมา ตำรวจจะต้องทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่หากไม่ทำตามหน้าที่นั้นจะถูกสอบสวนหรือถูกปลดจากการเป็นตำรวจเพราะไม่ทำอะไรเลยใช้เครื่องแบบในทางที่ผิดเท่านั้นหรือไม่ต้องการยศหรือเงินทองเท่านั้นตำรวจแบบนี้จะมีชาวบ้านเกลียดมากมายแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะพวกนี้จะมีตำแหน่งทางราชกาลที่สูงและทำให้ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้นั่นเอง

ข่าวเจอหลวงพ่อเดินกลางแดดที่ร้อนจัด

ข่าวเจอหลวงพ่อเดินกลางแดดที่ร้อนจัดจะรับไปส่งแต่หลวงพ่อปฏิเสธและยังให้พรอีกด้วย

                 อีกหนึ่งข่าวที่อ่านแล้วน่าประทับใจทุกคนในสังคม ซึ่งมีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจให้กับเพื่อนๆในเฟสด้วยกันอ่านและมีการส่งต่อกันจนเป็นขาวดัง ด้วยว่าชายคนดังกล่าวกำลังขับรถเพื่อจะไปงานเลี้ยง ซึ่งในขณะที่เขาขับรถผ่านมาตรงถนนภูพาน เขาก็เจอกับพระสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งค่อนข้างชราภาพมากแล้วอายุน่าจะสักประมาณ 70ปี

ได้กำลังเดินตากแดดด้วยเท้าเปล่าอยู่ที่ข้างถนน เขาจึงได้จอดรถเพื่อจะบอกให้พระองค์นั้นขึ้นรถยนต์เดี๋ยวเขาจะขับรถไปส่งท่านเอง ซึ่งหลวงพ่อก็บอกกับเขาไม่ว่าไม่ไปท่านจะเดินไปเอง และเมื่อชายคนดังกล่าวถวายปัจจัยให้ท่าน พระสงฆ์องค์นั้นก็ไม่รับ พอเขาบอกว่าจะขับรถลงไปซื้อน้ำมาถวายให้ พระสงฆ์องค์นั้นก็บอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเดินลงเขาไปเรื่อยก็มีคนนำของมาถวายเอง พระท่านไม่ต้องการให้ชายคนดังกล่าวเสียเวลาเดี๋ยวท่านเดินเท้าไปเองเรื่อยๆ

ก็ถึงและท่านยังได้ให้ชายคนดังกล่าวนั่งรับพร และท่านยังเอามือมาลูบหัวให้พรกับชายคนดังกล่าว ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก และเมื่อเจอกับพระสงฆ์ที่มีจิตใจใฝ่ในทางธรรมเช่นนี้ก็ทำให้รู้สึกเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาขึ้นอีกมาก จึงได้มีการนำเรื่องราวดีๆนี้มาบอกต่อให้เพื่อนในเฟสได้รับรู้ และเรื่องก็มีการเผยแพร่ออกมาอย่างกว้างขวางจนเป็นข่าวดัง

            สำหรับใครที่ได้อ่านข่าวนี้คงมีความรู้สึกไม่ต่างกันนั่นก็คือ เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระสงฆ์รูปนี้กันเป็นจำนวน และหากมีโอกาสก็อยากจะเจอกับท่านสักครั้งเพื่อให้ท่านได้ให้ศีลให้พร เพราะพระสงฆ์ที่เน้นการปฏิบัติธรรม เคร่งแบบนี้ค่อนข้างหายาก บางครั้งเจอพระสงฆ์เดินอยู่ริมถนนก็ยังคิดว่าบางทีอาจเป็นพวกแก๊งมิจฉาชีพที่ชอบนำจีวรมาใส่เพื่อหลอกให้ถวายปัจจัยหรือ

หรือให้ซื้อของมาใส่บาตรให้ เพราะเคยเจอมากับตัวเองที่พระสงฆ์บางรูปไม่ยอมรับกับข้าวที่เราตั้งใจซื้อมาใส่บาตรแต่จะรับเพียงซองเงินให้ใส่บาตรเท่านั้น

ซึ่งทำให้บางคนที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้หมดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาลงไป ซึ่งหากประชาชนได้เจอกับพระสงฆ์อย่างที่กำลังปรากฏอยู่ในข่าว ณ ขณะนี้จะเป็นการกระตุ้นให้คนเกิดมีใจรักในศาสนาพุทธได้มากขึ้น อย่างน้อยใครที่อ่านข่าวนี้จบก็จะมีใจรักในศาสนาพุทธมากขึ้นแน่นอน

ไม่พายเรือให้โจรนั่ง

จากเหตุการณ์ที่มีข่าวออกมาเรื่องของการกักตุนหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นฝีมือของคนใหญ่คนโตในพรรคของฝ่ายรัฐบาลนั้น ทำให้เกิดกระแสการโจมตีการทำงานของรัฐบาลในโลกของโซเชียลเป็นอย่างมาก

และมีเสียงเรียกร้องให้นายกฯ ออกมาตอบคำถามของสื่อว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ และจะมีการลงโทษหรือแก้ไขกันอย่างไร แต่จนวินาทีนี้ก็ยังไม่เสียงตอบรับหรือคำพูดใดๆ ออกมา มีเพียงแต่เสียงของตัวการที่ถูกอ้างอิงและพาดพิงถึงว่า มีส่วนรู้เห็นและอยู่เบื้องหลังของการกระทำครั้งนี้ของลูกน้องตัวเอง และประกาศต่อสังคมว่า หากสังคมไม่ยอมรับตัวเค้าเองนั้นที่พยายามทุ่มเทให้กับบ้านเมืองขนาดนี้แล้วหล่ะก้อ

เค้าก็พร้อมที่จะลาออก (แต่เอาเข้าจริงๆ ล่าสุดกลับออกมาแถลงกลับสื่อว่า พร้อมจะอยู่ต่อเพื่อขอพิสูจน์ว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งการพิสูจน์นั้นในหลักความเป็นจริง เมื่อคุณลาออกแล้ว เพื่อแสดงความมีสปริตร แล้วค่อยมาพิสูจน์ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องจริง ภาพมันจะดูดีซะกว่า)

แต่ต้องบอกเลยว่างานนี้มีเบื้องหลังอย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่เพจดังเพจหนึ่ง เป็นแหล่งข้อมูลที่คนไทยในโลกของสังคมออนไลน์ให้ความเชื่อถือและติดตามกันเป็นอย่างมาก และเป็นเพจที่ให้ข้อมูลและประกาศข่าวนี้ขึ้นมา ซึ่งล่าสุดเพจนี้ขอทำการปิดเพจเป็นอันชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยของชีวิตเจ้าของเพจและทีมงาน นี่จึงเป็นการบ่งบอกว่าอาจจะมีการขู่กันนอกรอบก็อาจจะเป็นไปได้ และการสืบสวนหาข้อเทจจริงจากฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ชัดเจน ทั้งๆ ที่ข่าวออกมาเกือบครึ่งวัน

แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับทำนิ่งเฉย จนเวลาผ่านไปเกือบวัน ค่อยส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบว่ามีของกลางอยู่จริงมั้ย ซึ่งผลที่ได้คือไม่มีของกลางตามที่แหล่งข่าวอ้างมา ทั้งๆ ที่แหล่งข่าวมีภาพหลักฐานชัดเจน รวมถึงภาพบุคคลที่สามารถยืนยันตัวตนได้ และสมุดบัญชีธนาคารที่ตรวจสอบตัวเลขเห็นยอดเงินการซื้อขายได้อย่างเต็มตา แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่เหลือหลักฐานอะไรสักอย่างทิ้งไว้ นั่นก็เป็นเหตุผลที่คำถามบนโลกออนไลน์ว่าทำไม ต้องรอเวลาเพื่อให้ผู้ต้องสงสัย มีเวลาทำลายหลักฐาน แต่ก็เหมือนเดิมไม่มีคำตอบจากผู้นำของประเทศไทยที่เรียกว่านายกฯ

จนปัจจุบันมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเสียงแตกกันเองในฝ่ายร่วมรัฐบาลว่า คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีชื่อนั้น ควรจะแสดงเจตจำนงลาออกจากตำแหน่ง และไล่ออกลูกน้องของเค้าออกจากการเป็น ส.ส. ของพรรคซะ เพราะจะทำให้เสียชื่อของรัฐบาลและพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ และคนอื่นที่เหลืออยู่ในพรรค ก็จะไม่ยอมช่วยกันพายเรือให้โจรนั่งอยู่อย่างแน่นอน

ต้นไม้อัปมงคลไม่เหมาะจะปลูกไว้ในบ้าน

เราสามารถใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้ทั้งให้ร่มเงา และแม้แต่ต้นไม้บางชนิดก็สามารถนำมาประกอบอาหารกินได้ แต่ก็ยังมีต้นไม้อีกหลายชนิดที่ผู้คนไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านซึ่ง ต้นไม้เหล่านั้นถูกมองว่าเป็นต้นไม้อัปมงคล มาดูกันว่าต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่เราไม่ควรนำมาปลูก

  1. ต้นกล้วยตานี  สำหรับต้นไม้ชนิดนี้ คนโบราณถือว่าเป็นต้นไม้ที่มักจะมีวิญญาณร้ายมาสิงอยู่ จึงไม่เหมาะนำมาปลูกในบริเวณบ้านเพราะจะนำโชคร้ายมาให้ 
  2. ต้นมะตูม  สำหรับต้นมะตูมนั้นคนโบราณไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบริเวณบ้านทั้งที่มีการนำผลของมะตูมนำทานหรือนำมาต้มเป็นน้ำทานหวานชื่นใจ นั่นก็เพราะชื่อของต้นมะตูม ไม่เป็นมงคล เพราะคำว่าตูม ออกเสียงคล้ายกับเสียงของระเบิดดังนั้นคนโบราณจึงจัดต้นมะตูมไว้ในหมวดของต้นไม้อัปมงคล จึงไม่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้านกัน
  3. ต้นมะขาม  สำหรับต้นมะขามบางตำราบอกว่าควรปลูกเพราะชื่อหมายถึงให้คนเกรงขามแต่คนโบราณไม่นิยมให้ปลูกเพราะเชื่อว่าต้นมะขามเป็นต้นไม้ที่มีขนาดลำต้นใหญ่และมีอายุยาวนาน เชื่อกันว่ามักจะมีวิญญาณมาสิงอยู่ จึงไม่นิยมให้ปลูกในบริเวณบ้าน
  4. ต้นตะเคียน ต้นไม้ชนิดนี้เป็นอีกต้นที่เป็นต้นไม้ต้องห้ามในการปลูกในบริเวณบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อกันว่าต้นไม้ชนิดนี้มักมีวิญญาณของหญิงสาวมาอาศัยอยู่ แต่ถึงกระนั้นผู้คนต่างก็พากันไปกราบไหว้ต้นตะเคียนเพื่อนำเลขมาซื้อหวย
  5. ต้นเต่าร้าง แค่ความหมายก็ไม่ดีแล้ว จึงไม่เหมาะอย่างมากที่จะนำมาปลูกในบ้าน เพราะความหมายจะหมายไปถึงให้คนในบ้านเกิดการหย่าร้างกัน
  6. ต้นแคป่า หรือต้นแคนา  เป็นอีกต้นที่เป็นต้นไม้ต้องห้ามเพราะปกติต้นไม้ชนิดนี้จะขึ้นในป่า เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าจะมีวิญญาณมาอาศัยอยู่ แต่ในปัจจุบันต้นไม้ชนิดนี้ ตามโครงการในหมู่บ้านใหญ่ๆมักจะนำมาปลูกเพื่อให้ความร่มรื่นกับหมู่บ้าน
  7. ต้นพุดตาน  สำหรับต้นไม้ชนิดนี้ไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก แต่ก็เป็นหนึ่งในต้นไม้ต้องห้าม อยู่ในหมวดต้นไม้อัปมงคล ด้วยดอกพุดตานมักจะเปลี่ยนสีได้เองตลอดทั้งวัน จากขาวเป็นชมพูอ่อนและจะค่อยๆเข็มข้นเรื่อยในตอนบ่าย ซึ่งคนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นพุดตานแล้วจะทำให้กลายเป็นคนสับปลับ พูดจากลับไปกลับมาเชื่อถือไม่ได้
  8. อีกต้นที่ไม่เหมาะกับการปลูกในบ้านนั่นคือ ต้นรักเร่ ด้วยชื่อที่ไม่เป็นมงคลอย่างมาก ซึ่งหมายถึงมากรักหลายใจ เป็นคนที่หาความจริงใจไม่ได้จึงกลายมาเป็นต้นไม้ต้องห้ามอีกต้นหนึ่ง

ข่าวที่น้องทิมออกมาดราม่ากลัวจะไม่ได้เรียนหมอ

ข่าวที่น้องทิมออกมาดราม่ากลัวจะไม่ได้เรียนหมอเพราะค่าเทอมแพงปีละ 400,000 นั้นทางกระทรวงยืนยันออกมาว่าน้องได้เรียนแน่นอน 

จากกรณีที่มีเด็กนักเรียนผู้ชายคนหนึ่งเป็นนักเรียนชั้นปอหกของโรงเรียนสามัคคีศึกษาอยู่ที่จังหวัดตรังได้ออกมาบอกว่าตัวเองสอบติดคณะแพทย์ศาตของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่อาจจะไม่ได้เรียนต่อด้านการแพทย์อย่างที่ตั้งใจเอาไว้เพราะด้วยฐานะทางบ้านมีฐานะที่ไม่ค่อยดีมากนักพ่อแม่จึงไม่มีเงินส่งให้เราเรียนได้ตามที่ต้องการ

ซึ่งเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้มีการแสดงผลการเรียนให้เห็นว่าเขาเป็นเด็กเรียนเก่งเรียนดีซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวได้มีการโพสต์ขอความช่วยเหลือจากกลุ่มชาวสังคมโซเชียลอยากจะให้ช่วยออกเงินค่าเล่าเรียนให้กับตนเอง

เพราะตนเองไปฝันอยากจะเป็นนายแพทย์แต่ถ้าเกิดฐานะทางบ้านยังเป็นอย่างนี้ก็อาจจะทำให้ฝันของเค้าไม่เป็นความจริงขึ้นมาได้ ซึ่งเมื่อมีการแชร์เกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือของเด็กชายคนนี้ออกมาหลายฝ่ายก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของราคาค่าเทอมที่ดูจะสูงเกินไปมากนักสำหรับคนที่เรียนดีแต่มีฐานะยากจนจนเรื่องหนึ่งกล่าวโด่งดังมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา

ซึ่งได้ออกมายืนยันกับทุกคนว่ากรณี

อย่างน้องทีมเด็กชายที่โพสต์ขอความช่วยเหลือเรื่องการขอเงินค่าเทอมเพื่อไปเป็นค่าเทอมสำหรับการเรียนแพทย์นั้นเท่าที่เช็คกับทางมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายไม่ได้มากมายถึงขนาดนั้นโดยทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้มีการนำเอกสารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของการเรียนแพทย์ออกมาให้ประชาชนได้รับทราบรวมถึงยังมีการระบุด้วยว่าทางมหาวิทยาลัยเองก็มีทุนการศึกษาให้หากเด็กคนไหนมีการดินดีแต่มีฐานะยากจน

ซึ่งโดยปกติทุนการศึกษานี้ก็จะมีให้กับทุกโรงเรียนอยู่แล้วดังนั้นหากน้องเป็นเด็กเรียนดีแต่ขาดแคนทุนทรัพย์ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีให้การสนับสนุนโดยนักศึกษาไม่จำเป็นต้องลาออก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นได้จากที่เด็กชายทิมอาจจะยังไม่รู้ว่าจะต้องไปขอทุนการศึกษาจากที่ไหนทำให้เกิดความกลัวว่าจะไม่ได้เรียนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ดังนั้นทางโรงเรียนเองหรือแม้แต่ทางกระทรวงการศึกษาที่การควรจะมีการคิดหามาตรการที่จะสามารถประชาสัมพันธ์ให้กับเด็กเด็กและผู้ปกครองตามต่างจังหวัด

สามารถรู้ได้ว่าหากเราไม่มีทุนในการเรียนต้องการที่จะเป็นการขอทุนการศึกษาจากทางโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้วควรจะติดต่อใครผ่านช่องทางไหนได้บ้างเพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้หาข้อมูลเบื้องต้นในการที่จะไปติดต่อขอทุนการศึกษาเพื่อที่จะได้ไม่มีกรณีเหมือนเด็กใช้ทิมเกิดขึ้นที่ต้องหันมาพึ่งถึงการศึกษาจากโลกโซเชียลเพียงเพราะไม่รู้ข้อมูลก็จะต้องไปหาทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยได้อย่างไร