คลังเก็บป้ายกำกับ: การบริโภค

การบริโภคในชีวิตประจำวัน

                 การบริโภค    หมายถึง   การใช้ประโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์   การบริโภคไม่ได้หมายความถึงการรับประทานอาหารอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว   การใช้สินค้าอื่นๆ  และการใช้บริการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็คือการบริโภคด้วยเช่นกัน  เช่น  การไปพบแพทย์เมื่อยามเจ็บป่วย  การพักโรงแรม  การท่องเที่ยว  การขนส่ง  การประกันภัย  เป็นต้น       ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การกระทำทั้งหลายอันทำให้สินค้าหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่งสิ้นเปลืองไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่มนุษย์  ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม  ถือเป็นการบริโภคทั้งสิ้น

 

ประเภทของการบริโภค

แบ่งตามลักษณะของสินค้าสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  1.            การบริโภคสินค้าไม่คงทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของชนิดใดชนิดหนึ่งแล้วสิ่งของชนิดนั้นจะสิ้นเปลืองหรือใช้หมดไป การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า destruction เช่น การบริโภคน้ำ อาหาร ยารักษาโรค น้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ
  2. การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคสิ่งของอย่างใด อย่างหนึ่งโดยสิ่งของนั้นยังคงใช้ได้อีก การบริโภคลักษณะนี้เรียกว่า diminution เช่น การอาศัยบ้านเรือน การใช้รถยนต์ พัดลม โทรทัศน์ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าสินค้าคงทนเหล่านี้จะใช้แล้วไม่หมดไปในทีเดียว แต่ก็จะค่อยๆสึกหรอไป จนในที่สุดจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก  ปัจจัยที่ใช้กำหนดการบริโภค

หลักในการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการใดๆต้องคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้รับความพึงพอ ใจ ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ได้แก่
1. ความประหยัด คือซื้อสินค้าในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไปจนใช้ไม่หมดหรือเหลือทิ้ง และเป็น สินค้าที่จำเป็นต้องใช้ไม่ควรซื้อตามกระแสนิยม
2. ประโยชน์ คือ สินค้าหรือบริการนั้นซื้อมาแล้วให้ประโยชน์ ความสะดวกสบาย คุ้มค่า เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
3. ราคายุติธรรม เป็นสินค้าหรือบริการที่มีราคาไม่แพงจนเกินไปผู้ผลิตไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ในด้านราคา
4. คุณภาพ ต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐานในปัจจุบันสินค้าและบริการส่วนใหญ่เป็นตลาด ของผู้บริโภค หมายถึง ผู้บริโภค ที่มีสิทธิ์เลือก ซื้อได้ตามราคาและคุณภาพได้ตามที่ตนพอใจ
5. ความปลอดภัย สินค้าหรือบริการนั้นๆ ต้องไม่เป็นอันตายแก่ผู้บริโภค เช่น อาหารสำเร็จรูปอาหาร กระป๋อง ต้องไม่มีสารเคมี หรือหมดอายุเสื่อคุณภาพแล้ว


ปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภค

1..รายได้สุทธิ
2.รายได้ในอดีตและในอนาคต หากคาดว่าในอนาคตจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันก็จะบริโภคมากขึ้นเช่นกัน  หากรายได้ในอดีตเคยสูงกว่ารายได้ในอนาคตก็จะลดค่าใช้จ่ายในการบริโภคไม่มากแต่จะไปลดในค่าใช้จ่ายอื่น ๆ แทน
3.การให้สินเชื่อเพื่อการบริโภค เป็นนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการคำนวณ GDP  เช่น มีการให้สินเชื่อในด้านการบริโภคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น
4.ระดับราคาสินค้า  เป็นไปตามกฎอุปสงค์ (Law of Demand)  ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นความต้องการซื้อลดลง
5.ขนาดของสินทรัพย์  ผู้บริโภคที่มีสินทรัพย์ในครอบครองจะมีค่าใช้จ่ายในการบริโภคมากกว่า เช่น Y=C+S เมื่อมีสินทรัพย์มากก็จะมี C มากเช่นกัน หากไม่มีสินทรัพย์ก็จะนำเงินไปออม (S) เพื่อจะได้สินทรัพย์ในอนาคต
6.จำนวนประชากรและการกระจายอายุของประชากร    ประเทศที่มีประชากรมาก ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริโภคมาก  การกระจายอายุ เป็นการแบ่งช่วงอายุคน และช่วงกำลังศึกษาถึงช่วงกำลังทำงานใหม่ ๆ จะมีการใช้จ่ายมากที่สุด
7.การกระจายรายได้ของสังคม   คนจนมีสัดส่วนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับรายได้    คนจนมี APC มาก คนรวยมี APC น้อย  ประเทศไหนทีมีการกระจายรายได้ต่างกันมากจะทำให้การบริโภคน้อย
8.การคาดคะเนระดับราคาสินค้าในอนาคต     หากมีการคาดคะเนระดับสินค้าในอนาคตสูง ก็มักมีการบริโภคในปัจจุบันสูงเช่นเดียวกัน
9.การเลียนแบบการบริโภค  เทคโนโลยีในการสื่อสารจะมีการเลียนแบบจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริโภคเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีเพราะว่าเสียเงินตราในการนำเข้าเพิ่มขึ้น
10.อุปนิสัยและรสนิยมของคนในชาติ เช่นประเทศญี่ปุ่นมีการออมมากจึงไม่มีประเทศไหนไปลงทุน ไม่มีการกระตุ้นการบริโภคทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายในการบริโภคต่ำมาก ส่งผลให้ GDP ของประเทศญี่ปุ่นต่ำ ภาวะเงินออมจึงสูงมาก

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเองและบุคคลภายในครอบครัว แต่ละครอบครัวจะต้องต่อสู้กับชีวิตและความเป็นอยู่ภายในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่บางครอบครัวอาจขาดการดูแลเอาใจใส่ตนเองและบุคคลภายในครอบครัว เพราะเนื่องจากต้องออกหางาน  ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อหาเงินมาเลี้ยงบุคคลภายในครอบครัว ทำให้ไม่มีเวลาในการดูแลสุขภาพตนเอง ทำให้ตนเองมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น  การบริโภคอาหารสำเร็จรูป  การบริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ บริโภคอาหารมากเกินไปและไม่รับประทานอาหารเป็นเวลา ทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่าง ๆ ที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคกระเพาะอาหาร โรคขาดสารอาหาร โรคอ้วน โรคภาวะโภชนาการเกิน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น

อาหารที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และไม่มีสารเคมีปนเปื้อน นั้นเป็นสิ่งต้องการของผู้บริโภคทุกคน ถึงแม้ระบบการบริโภคศึกษาของคนไทยได้มีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในยุคใหม่ซึ่งเป็นยุคของสารสนเทศไร้พรมแดน ทำให้การเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร ตลอดจนความรู้เพื่อความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร มีความสะดวก รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และมีความถูกต้องน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหาที่ยังคงต้องมีการปรับปรุง พัฒนา คือ พฤติกรรมการบริโภคที่ยังไม่ถูกต้อง เช่น ขาดการเอาใจใส่ วิถีชีวิตที่รีบเร่ง การพึ่งพาอาหารนอกบ้านมากขึ้น เช่นอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมบริโภค บรรจุในภาชนะต่างๆ เช่น กระป่อง ถุงพลาสติก กล่องโฟม การซื้ออาหารที่ผลิตจากโรงงานที่วางจำหน่ายในร้านค้าจึงควรพิจารณาดูฉลากอาหารทุกครั้ง บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคต้องเสี่ยงกับโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากกระบวนการเตรียม การปรุง การเก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ ของผู้ประกอบการ ร้านค้า รถเร่ แผงลอย หรือตามบาทวิถี มีโอกาสการปนเปื้อนสิ่งที่เป็นอันตราย(Hazards)

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 “อาหาร” หมายถึง ของกินหรือเครื่องค้ำจุนชีวิต ซึ่ง  ได้แก่
1. วัตถุทุกชนิดที่คนกิน ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ หรือในรูปลักษณะใด ๆ แต่ไม่รวมถึงยา หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
2. วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้หรือใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตอาหาร รวมถึงวัตถุเจือปนอาหาร สี และเครื่องปรุงแต่งกลิ่นรส

อาหารแบ่งออกตามลักษณะการควบคุมได้ 3 ประเภท ได้แก่
1. อาหารควบคุมเฉพาะ เป็นอาหารที่เราใช้กันบ่อยในชีวิตประจำวัน จึงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ หากผลิตออกมาไม่ได้คุณภาพ อาหารประเภทนี้จึงต้องมีเลขทะเบียน อย. เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำมันและไขมัน น้ำแข็ง เป็นต้น
2. อาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ต้องมีเลขทะเบียนเช่นกัน เช่น ช็อกโกแลต ไข่เยี่ยวม้า ข้าวเสริมวิตามิน เป็นต้น

                3.อาหารที่กำหนดให้แสดงฉลากโดยกำหนดข้อความรายละเอียดที่ต้องแจ้งบนฉลาก เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ มี 2 กลุ่ม ได้แก่
– กลุ่มแรก อาหารที่ต้องส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณาอนุญาตก่อนนำไปใช้ ต้องมีเลขทะเบียน อย. เช่น วุ้นสำเร็จรูปและขนมเยลลี น้ำเกลือปรุงอาหาร หมากฝรั่งและลูกอม
– กลุ่มที่สอง อาหารที่ไม่ต้องส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาพิจารณา แต่ต้องแสดงข้อความตามที่ อย.กำหนด มี 3 ชนิด คือ
1) ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (ได้แก่ ลูกชิ้น ไส้กรอก แหนม หมูยอ กุนเชียง)
2) อาหารสำเร็จรูปพร้อมบริโภคทันที
3) อาหารพร้อมปรุง